Tag Archives: review

Review หูฟัง Marshall Major

ได้ของขวัญเป็นหูฟังแบบครอบหัว หรือ headphone เลยนำมารีวิวครับ หูฟังตัวนี้เป็นยี่ห้อ Marshall รุ่น Major ซึ่ง Marshall นี้ก็ขึ้นชื่อกับการผลิตแอมป์กีต้าเป็นส่วนใหญ่ หูฟัง ไม่ค่อยผลิตออกมาสักเท่าไหร่ เอาละเพื่อเป็นการไม่เสียเวลา ไปดูกล่องกันเลย

_DSC0342

กล่องเป็นกระดาษสีน้ำตาล แล้วก็บอกว่าหูฟังตัวนี้เป็นสีดำ ในรุ่น Major นี้มีสองสีคือ ดำ และ ขาว ตัวที่ได้มาเป็นสีดำ เมื่อแกะกล่องแล้วก็จะมีหูฟังคู่มือ และแจ๊กแบบหัวใหญ่เพื่อต่อเข้ากับเครื่องเสียง

_DSC0349

เมื่อดูที่ปลายสาย ตัวแจ๊กจะเป็นสีทองอร่าม พร้อมกับมีสปริงรอบๆ เพื่อป้องกันไม่ให้สายกับแจ๊กขาดออกจากกันได้โดยง่าย Continue reading Review หูฟัง Marshall Major

GCW Zero (Review)

นอกจากจะเขียนโปรแกรมแกรมแล้ว กิจกรรมยามว่างที่ผมชอบก็คือเล่นเกมส์ และเมื่อปีที่แล้วทาง Kickstarter มีโครงการ GCW Zero ซึ่งเป็นโครงการเครื่องเล่นเกมส์แบบพกพาโดยใช้ Opensource  ก็ไม่รอช้าที่จะลงเงินช่วยสนับสนุนโครงการ และวันนี้ก็ได้รับเครื่องมาเรียบร้อย จึงนำมาแกะกล่อง และรีวิวให้ทุกท่านได้รับชมกัน ณ บัดนี้เลย

_DSC0007

 

หลังจากแกะกล่องแล้วก็จะพบกับเครื่อง GCW Zero สีขาวในห่อพลาสติก

 

_DSC0013

ส่วนตัวเครื่อง ก็มีหน้าตาดังในรูป (ตัวเครื่องมีสองสีคือดำ และขาว แต่ผมเลือกสีขาว)

 

_DSC0015

 

เท่าที่จับสัมผัสดูตัวพลาสติกดูดีทีเดียว แต่ถ้าเทียบกับ nintendo ds มันก็คงเทียบไม่ได้เพราะ แต่ถ้าจะให้เทียบกับพวกเครื่องเกมส์ผลิตในจีนด้วยกันแล้ว เครื่อง GCW Zero นี้มีการประกอบที่ดีกว่า และใช้พลาสติกที่ดีกว่าเยอะ ปุ่มกด ทำงานได้ดี ที่หน้าจอมีกันรอยติดมาให้เรียบร้อยเลย

_DSC0016 _DSC0017 _DSC0018

 

น้ำหนักและขนาดของตัวเครื่อง เหมาะกับมือมาก

_DSC0019

สเปกของเครื่องก็คือ

CPU: Ingenic JZ4770 1 GHz MIPS processor
GPU: Vivante GC860, capable of OpenGL ES 2.0
Display: 3.5 inch LCD with 320×240 pixels; 4:3 aspect ratio is ideal for retro gaming
Memory: 512 MB DDR2
Internal storage: 16 GB
Mini USB 2.0 OTG
Mini HDMI 1.3 out
3.5 mm (mini jack) A/V port for earphone and analog TV-out
Stereo speakers, mono microphone
Accelerometer (g-sensor) and vibration motors
Wi-Fi 802.11 b/g/n 2.4 GHz
Dimensions: 143 * 70 * 18 mm
Weight: 8 oz / 225 g
Battery: 2800 mAh

ส่วนของแถมที่มากับกล่อง ก็ได้แค่ สาย HDMI , ซองหนัง , mini usb , adapter

 

_DSC0020

 

เนื่องจากเครื่อง Console นี้มีจุดประสงค์คือใช้ OpenSource เป็นระบบปฎิบัติการ จึงได้ใช้ Linux ที่ปรับแต่งมาพิเศษนั่นคือ Dingoo ไม่ใช่ Android เหมือนเครื่อง Console จากจีนอื่นๆ ซึ่งถ้าใครมีเครื่อง Open Pandora ก็น่าจะเคยได้ยินชื่อ Dingoo มาก่อน

การทดสอบ Software นั้นก็ได้ทดสอบเล่นเกมส์ไป สอง สามเกมส์ ก็พบว่าใช้งานได้ดีทีเดียว เล่นเกมส์ SNES , NES , Gameboy ไม่อืดแต่อย่างใด กำลังพอดีมือมาก ลำโพงใช้งานได้ดี ปุ่มกดทำงานได้ดี

สรุปว่า ถ้าใครชอบที่เล่นเกมส์เก่าๆ มองหาเครื่องเล่นเกมส์ที่ไว้ emulator ก็ต้องบอกว่า เครื่องนี้ใช้งานได้ดีและออกแบบเหมาะสมมาก

หากสนใจก็ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เวป  http://www.gcw-zero.com

และปิดท้ายด้วย clip การแกะกล่องและทดสอบ software ครับ

Review หูฟัง – JBL – J22i

เนื่องจากหูฟัง iPhone ที่มาพร้อมกับเครื่องได้หายไป ผมเลยซื้อหูฟังมาใหม่ เลยนำมา review ซะเลย

JBL – J22i หูฟังยี่ห้อ JBL นี้เป็นหูฟังแบบ in-ear ถ้าเป็นหูฟังแบบที่แถมมากับ iPhone เรียกว่าแบบ ear-bud แต่ถ้าเป็นแบบที่ครอบหัวเรียกว่า head phone ซึ่งข้อดีของหูฟังแบบ in-ear ก็คือ หูฟังแบบนี้จะเสียงดีกว่าแบบ ear bud และลดเสียงรบกวนรอบด้านได้ดีกว่า ถึงแม้ไม่มีระบบ noise canceling ก็ตาม (ตัดเสียงรบกวน)  ส่วนข้อเสียก็คือราคาแพงกว่า ( ที่ผมซื้อมานี้ราคา 400 SEK คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2000 บาท )

_DSC0077

เหตุผลหลักที่ตัดสินใจซื้อหูฟังรุ่นนี้ก็คือ มีไมโครโฟนในตัว มี remote control และสามารถใช้ได้กับ iPhone , iPad , iPod ได้อย่างไม่มีปัญหา มีหูฟังรุ่นที่คล้ายกันอีกรุ่นก็คือ J22 ซึ่งจะไม่มีไมโครโฟนและ remote เหมือนอย่างรุ่นที่มี i ต่อท้าย ถ้าเป็นรุ่นสำหรับ android ก็จะมี a ต่อท้าย

_DSC0078

เมื่อแกะกล่องออกมาก็จะเห็น ซองหนังสำหรับใส่หูฟังแถมมาด้วย

_DSC0080

ซองหนัง ออกแบบมาได้พอดีสายของหูฟัง ในส่วนสายของหูฟังนั้นจะมีลักษณะแบน ไม่เป็นเส้นกลมๆ เหมือนหูฟังทั่วๆไป ข้อดีของสายแบบนี้คือเวลาเก็บสาย จะไม่ค่อยพันกัน เหมือนอย่างหูฟังที่แถมมากับ iPhone

_DSC0085

ตัวของ remote control มีด้วยกันทั้งหมด 3 ปุ่มคือ ลดเสียง เพิ่มเสียง และปุ่มสีแดง เป็นปุ่มกดไว้สำหรับกด ตอบรับเมื่อมีสายเรียกเข้า หรือสั่งให้หยุดเล่นเพลง

_DSC0092

สีของหูฟังมีสีดำ ส่วนบริเวณด้านในจะมีสีส้ม อย่างที่เห็นในรูป พร้อมกับแถม ยางครอบอีก 2 ขนาด เพื่อให้ได้เลือกเปลี่ยนใช้ตามชอบ

_DSC0088

 

เสียง

หลังจากแกะกล่องก็มาทดสอบเสียงกันเลย เท่าที่ผมฟังหูฟังนี้ มีเสียงเบสโอเค เสียงกลางชัดเจน แต่ผมรู้สึกเหมือนเสียงสูงจะยังออกมาไม่ดีนัก จากการฟังครั้งแรก ก็ต่อด้วยการ burn ไป 10 ชม. (การ burn คือให้เปิดเพลงให้หูฟังได้ทำงานไปสักระยะ เพื่อให้เสียงและชิ้นส่วนต่างๆได้เข้าที่เข้าทาง ) และลองฟังดูใหม่ พบว่า เสียงโทนกลาง และสูงชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ผมก็ลองเปิดเสียงให้มันดังสุดๆ เพื่อทดสอบ หูฟังยังทำได้ดี เสียงไม่แตกเหมือนหูฟังราคาถูก และเสียงเบสก็ยังออกมาแน่นชัดเจนเช่นเดิม ไม่กระพือ

การโทรคุย

การใช้ไมโครโฟน ไม่มีปัญหาอะไร เท่าที่ถามจากเพื่อนที่ผมคุยด้วย ก็บอกว่าเสียงได้ยินชัดเจนดี แต่เนื่องจากเป็นหูฟังแบบ in ear ซึ่งมันก็จะมีข้อเสียอย่างหนึ่งคือ เวลาพูดคุยมันจะลักษณะเหมือนการเอามือปิดหูแล้วพูด นั่นคือจะได้ยินเสียงของตัวเองแบบอื้ออึงในหูหน่อยๆ

สรุป

เป็นหูฟังที่มีเสียงเบสพอดี เสียงกลางใช้ได้ และเสียงสูงโอเค  ถ้าชอบเพลงแนวสไตล์ pop ฟังเสียงกีต้าร์ หูฟังนี้เหมาะมาก แต่ถ้าฟังสาย jazz หรือชอบเสียงใสๆ หวานๆ ผมคิดว่า มันไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ จริงอยู่ว่าเสียงสูงและกลางมันชัด  แต่มันไม่หวานนุ่มนวล  ส่วนสายฟังแนว metal และอะไรหนักๆ ก็ใช้ได้ แต่มันก็ยังขาดในส่วนของเบสในโทนที่ลึกๆ เสียงเหยียบกระเดื่องอาจจะไม่สะใจขาโหด  และถ้าใครไม่ชอบหูฟังแบบ in ear ก็คงไม่เหมาะอีกนั่นเหละ ส่วนเรื่องฟังชั่นการใช้งานกับ iPhone ทำได้ดี ไม่มีปัญหาอะไรในการใช้งาน ส่วนงานประกอบและวัสดุต่างๆทำมาได้เยี่ยม

Thermodo – Review

ปกติแล้วเวลาที่เราต้องการจะดูอุณหภูมิก็จะเปิด App อย่างเช่น Weather ใช่ไหมครับ แต่ปัญหาหลักๆของแอปพวกนี้คือ มันไม่ได้บอกอุณหภูมิบริเวณที่เราอยู่ แต่มันเอาข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์อาการมาบอกเรา ซึ่งบางทีเรานั่งในห้องแอร์ รู้สึกหนาว อยากรู้ว่าตอนนี้มันกี่องศา ซึ่งก็แน่นอนว่าแอปอย่าง Weather , Yahoo weather มันบอกอุณหภูมิห้องไม่ได้ ดังนั้นแล้วจึงมีคนคิดอุปกรณ์เสริมขึ้นมานั่นก็คือ  Thermodo เป็นอุปกรณ์สำหรับวัดอุณหภูมินั่นเอง ซึ่งผมก็ได้สนับสนุนโครงการนี้ผ่านทาง Kickstarter และก็ได้เจ้าตัวนี้มาใช้งาน เอาละครับ มาดูกล่องก่อนเลยว่ามันเป็นยังไง

_DSC0009_DSC0005

ตัวกล่องมีสติกเกอร์บอกว่าสีเขียว รุ่นที่ผมได้มาเป็น limited edition คือผลิตจากอลูมิเนียม และสีเขียวจะให้เฉพาะคนที่สนับสนุนโครงการ Kickstarter เท่านั้น แต่จริงๆจะบอกว่ากล่องก็ไม่ใช่ เพราะมันเป็นซอง ที่ทำด้วยกระดาษแข็ง _DSC0013

เมื่อนำมาเทียบกับ iPhone 4 ก็มีขนาดอย่างที่เห็น เปิดกล่องออกก็จะเห็นเจ้า Thermodo สีเขียว

_DSC0019

Thermodo มีขนาดเล็ก ประมาณนิ้วก้อย  ส่วนสีเขียวก็ดูดีสวยงามทีเดียว

_DSC0027 _DSC0028

 

และเมื่อพลิกมาดูตรงฝาปิดก็จะเห็น สัญลักษณ์ robocat ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตเจ้าอุปกรณ์นี้

_DSC0021

ผมได้ลองเปิด-ปิด ฝา ก็พบว่าตัวล๊อกค่อนข้างดี ไม่หลุดง่าย แต่ก็ไม่แน่นมากขนาดเปิดยาก

_DSC0031

และก็ถึงเวลาที่จะลองเอามาใช้งานจริงๆดู ซึ่งวิธีการใช้ ก็เสียบเข้ากับช่องหูฟังอย่างในรูป

_DSC0035

เอาละ หลังจากได้ดูอุปกรณ์ไปแล้ว ก็ลองมาทดสอบกันเลยว่ามันเป็นไง ซึ่งผมก็ทดสอบกับ app ที่ออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์นี้ ( ผู้ผลิตบอกจะปล่อย SDK iOS และ Android ให้ได้ใช้กันด้วย ) ซึ่งหน้าตาตอนเริ่มใช้งานก็ดังที่แสดงในรูป

IMG_2914

ตัว application ก็จะแนะนำวิธีการใช้งานคร่าวๆ รวมไปถึงคุณสมบัติต่างๆของเจ้าอุปกรณ์นี้ และเมื่อผ่านหน้า welcome ไปเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาทดลองกันจริงๆ

_DSC0036

จากผลของการวัดบอกว่า ตอนนี้ อุณหภูมิห้องที่ผมอยู่คือ 27 c. แต่ในความรู้สึกคิดว่าน่าจะต่ำกว่านี้นะ และเพื่อเป็นการทดสอบว่ามันใช้งานได้จริง ก็ต้องนำไปใช้ด้านนอกบ้านด้วย ซึ่ง ณ เวลาที่ผมทดสอบ ก็เปิด weather เพื่อดูอากาศเฉลี่ย ซึ่งก็ได้ค่า -8 เหมือนที่เห็นในรูป

IMG_2916

 

เอาละหลังจากรู้คร่าวๆแล้วว่าอากาศมันหนาวมาก ก็ใส่เสื้อกันหนาวออกไปลุยหิมะกันเลย ซึ่งก็ได้ผลดังนี้

_DSC0038

ที่หน้าจอก็บอกว่าตอนนี้ประมาณ 3.4 องศา แต่อากาศด้านนอกนั้นหนาวเย็นกว่าที่ thermodo ได้บอก ตอนที่ทดสอบก็เอาไปวางในหิมะเลย ในช่วงแรกค่าที่วัดได้ มีการเคลื่อนอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากขยับมาที่ 5 องศา มันก็ขยับอย่างช้าๆ เนื่องจากทำการทำสอบตอนดึก และคิดว่าคงใช้เวลากว่ามันลงมาต่ำกว่าศูนย์องศา เลยตัดสินใจกลับเข้าบ้านเหมือนเดิม

บทสรุปคือ

มันใช้ได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ยังขาดความแม่นยำ เมื่ออากาศเย็นจัด ซึ่งในจุดนี้ผมก็รู้อยู่แล้วว่า เซ็นเซอร์ มันจะทำงานแม่นยำแค่ในช่วง 5 – 40 องศา นอกจากนี้ยังอาจจะมีปัจจัยเรื่องของความร้อนจากอุปกรณ์ด้วยก็ได้ และเท่าทีผมดูในส่วนปรับแต่ง application มีให้ปรับว่า จะคำนวนความร้อนจากเครื่องด้วยหรือไม่ แต่ยังไม่ได้ลองปรับใช้เท่าไหร่ แต่โดยรวม ถือว่า ดีมาก ทั้งในเรื่องของวัสดุ การออกแบบ และ idea

สำหรับผู้ที่สนใจ ตอนนี้ก็มีเปิดให้จอง นะครับ ลองเข้าไปดูรายละเอียดกันได้เลย http://thermodo.com/

Review – Nifty MiniDrive

คนที่ใช้ Macbook Air อย่างผมจะประสบกับปัญหาอย่างหนึ่งคือ Hard disk ไม่พอใช้ อย่างตอนนี้ผมใช้ Macbook Air ปี 2009 มีฮาร์ดิสแค่ 128 GB ถ้าจะเปลี่ยนฮาร์ดดิสเองก็ทำได้ลำบาก เพราะ hard disk ของ MBA เป็น SSD ที่ออกแบบมาพิเศษ ไปซื้อมาเปลี่ยนเหมือน SSD รุ่นอื่นไม่ได้ และโดยปกติแล้ว Macbook รุ่นใหม่ จะมาพร้อมกับ SD Card Reader เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ในการโอนถ่ายรูปจากกล้องลงคอมพิวเตอร์ แต่หลายๆคนตั้งแต่ซื้อเครื่องมาไม่ได้ใช้ slot ตรงนี้ หรือใช้งานน้อยมากๆ จึงมีคนเกิด idea ขึ้นมาว่า เราน่าจะเอาช่องว่างๆที่ไม่ได้ใช้ตรงนี้มาทำเป็น external hard disk น่าจะดี ความคิดนี้ผ่านการระดมทุนจาก Kickstarter ภายในชื่อว่า Nifty Mini Drive  ผมให้ทุนช่วยโครงการนี้ และโครงการก็ให้ drive นี้เพื่อเป็นการตอบแทน ( จริงๆมันก็เหมือนการซื้อของนั่นเหละ เค้าจะตัวเลือกให้เราว่าจะให้ทุนเท่าไหร่ แล้วเราจะได้อะไรกลับมา )

จริงๆแล้วผมควรจะได้ drive นี้ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่ก็อย่างว่าครับ มันเป็นโครงการระดมทุน ซึ่งแปลว่าโครงการอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือผิดพลาดได้ โครงการนี้ก็เช่นกันเพราะทาง nifty เองเกิดปัญหาด้านการผลิตและคุณภาพสินค้าตัวอย่างพอสมควร จึงเสียเวลาไปกับการแก้ไข drive พอควร ทำให้ผมเพิ่งจะได้รับ drive มาเมื่อวันก่อน

แกะกล่อง Nifty Drive

nifty_1

เมื่อเปิดพัสดุก็จะพบกับ Packaging ที่เป็นกล่องกระดาษ ที่ผมสั่งไปเป็นรุ่นสำหรับ Macbook Air สีเงิน ( มีทั้งรุ่น Pro , Retina , และ สำหรับ iMac ด้วย และมีหลายสี ) ต้องบอกว่า packaging ทำค่อนข้างดีครับ ดีกว่าที่ผมคิดไว้ ส่วนด้านหลังก็เป็นแบบนี้

nifty_2

Nifty miniDrive นี้มาพร้อมกับเหล็กที่ใช้เกี่ยวสำหรับการถอด drive หลังจากนั้นก็แกะออกมาดู

nifty_3

nifty_4 Continue reading Review – Nifty MiniDrive