Tag Archives: Objective-C

Objective-C Programming Chapter 19 (Part2)

NSOperation

NSOperation นี้เปรียบเสมือนหนึ่งหน่วยของการทำงาน แต่เนื่องจากคลาส NSOperation เป็น abstract class ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้คลาสนี้ได้โดยตรง ต้องประกาศซับคลาสขึ้นมาใช้งาน หรืออาจจะใช้ซับคลาสของระบบ เช่น NSBlockOperation หรือ NSInvocationOperation ได้เช่นเดียวกัน จุดประสงค์หลักของคลาสนี้คือเตรียมฟังชั่นการทำงานบางอย่างที่จำเป็นของ task ไว้ให้ เช่น กำหนดลำดับความสำคัญ และบอกสถานะการทำงาน ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 4 สถานะคือ ready, executing, finish และ cancel  อ็อบเจ็กของคลาสนี้มีลักษณะเป็นแบบ single-shot นั่นคือ ทำงานได้ครั้งเดียว เมื่อให้ทำงานไปแล้วโอเปอร์เรชันจะไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก

NSInvocationOperation

NSInvocationOperation เป็นซับคลาสของ NSOperation มีจุดประสงค์เพื่อใช้กับเมธอดของอ็อบเจ็ก ดังนั้นการประกาศอ็อบเจ็กของคลาสนี้ต้องกำหนด selector พร้อมกับอ็อบเจ็กที่ต้องการให้ทำงาน เช่นตัวอย่าง โปรแกรมต่อไปนี้

Program 19.5

NetworkController.h

NetworkController.m

จากโค้ดตัวอย่าง เมธอด downloadWithURL: นั้นทำหน้าที่เพียงแค่สร้าง operation object และได้กำหนด selector เป็น performDownload: ซึ่งเป็นเมธอดที่ใช้สำหรับดาวน์โหลดข้อมูล เมื่อโอเปอร์เรชันทำงานก็จะเรียกใช้เมธอดนี้นั่นเอง Continue reading Objective-C Programming Chapter 19 (Part2)

Objective-C Programming Chapter 19 (Part1)

Grand Central Dispatch

 

ทุกวันนี้เทคโนโลยีของ CPU ได้ก้าวหน้าไปมาก จากแต่เดิมที่มุ่งเน้นการเพิ่มความเร็วของสัญญานาฬิกา ได้เปลี่ยนมาเป็นเพิ่มจำนวนแกนของ CPU หรือที่เรียกว่า multicore แต่การที่จะใช้ซีพียูให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุดนั้น โปรแกรมจำเป็นต้องสามารถทำงานได้หลายอย่างพร้อมกันได้ ในอดีตการที่โปรแกรมที่ใช้ซีพียูแบบ multiple core นั้นจะมีการสร้าง thread หลายๆตัวเพื่อให้แต่ละ thread ได้ใช้แกนของซีพียูได้หลายแกนพร้อมกัน แต่อย่างไรก็ตามปัญหาที่ตามมาก็คือการเพิ่มจำนวน thread นั้นในบางครั้ง ไม่ได้ช่วยให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่งจำนวนของเทรดจะมีผลต่อประสิทธิภาพของโปรแกรม ดังนั้นโปรแกรมเมอร์จึงต้องหาจุดที่จำนวนเทรดเหมาะสมพอดีกับซีพียู ไม่มากไปหรือไม่น้อยไป และถึงแม้ว่าจะหาจำนวนของเทรดที่พอดีได้แล้วก็ได้ตาม ก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะต้องจัดการแต่ละ thread ไม่ให้ขัดขวางการทำงานซึ่งกันและกัน เพื่อแก้ปัญหาต่างๆเหล่านี้ Apple จึงได้สร้างเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมาที่เรียกว่า Grand Central Dispatch ( GCD ) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่ได้นำมาใช้กับระบบปฎิบัติการ Mac OS X และ iOS เพื่อจัดการปัญหาเหล่านี้
เทคนิคการทำงานเบื้องหลังของ GDC คือ Asynchronous Function ที่ได้อธิบายไปแล้วในบทก่อนว่า เป็นการทำงานแบบอนุญาติให้ฟังชั่นอื่นเริ่มทำงานได้ทันที โดยต้องไม่ต้องรอให้ฟังชั่นที่กำลังทำงานในปัจจุบันเสร็จสิ้นเสียก่อน แม้ว่าเทคนิคการทำงานแบบนี้มีมานานแล้ว แต่โปรแกรมเมอร์ต้องเป็นคนเขียนโค้ด asynchronous function เองรวมไปถึงสร้าง thread ที่ใช้ทำงานร่วมกับฟังชั่นด้วยตัวเองทั้งหมด แต่หลังจากที่มีเทคโนโลยี GCD เข้ามา งานของโปรแกรมเมอร์ก็ลดน้อยลงเพราะไม่ต้องเขียนโครงสร้างการทำงานแบบ asynchronous function และโค้ดที่ใช้สร้างและจัดการ thread สิ่งที่โปรแกรมเมอร์ต้องทำจะเหลือแต่เพียงแค่การเขียนโค้ดของงานที่ต้องทำจริงๆ จากนั้นหลังจากนั้นก็ส่งต่อเข้าไปยัง dispatch queue ที่เหลือจะเป็นหน้าที่ของ GCD ที่จะจัดการสร้าง thread รวมไปถึงการบริหารเวลาการทำงานให้กับ CPU แต่ละ core เอง การใช้ GCD สามารถทำได้สองทางด้วยกันคือใช้ Dispatch Queues ซึ่งเป็น C API และทางที่สองใช้ NSOperationQueue และในบทนี้จะได้ทำความเข้าใจการใช้งานทั้งสองแบบ

Dispatch Queues

ดิสแพทช์คิวคือเครื่องมือใช้ในการจัดการงานหรือที่เรียกว่า task (ต่อไปนี้จะใช้คำว่า task) อะไรควรทำก่อนหรือหลัง เช่น โหลดข้อมูลจากเซิฟเวอร์ , อ่านข้อมูลจากฮาร์ดดิส , คำนวนค่าต่างๆ การประกาศ task สามารถเขียนด้วยฟังชั่น หรือจะใช้บล็อกก็ได้เช่นเดียวกัน การจัดลำดับการทำงานของ dispatch queues เป็นแบบ FIFO (First In – First Out) หาก task ใดเข้ามาในคิวก่อนก็จะได้รับสิทธิให้ทำงานก่อน ดิสแพทช์คิวได้แบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 แบบด้วยกันคือ

Serial (private dispatch queue) เหมาะกับงานที่ต้องใช้ทรัพยากรร่วมกัน (shared resource) เนื่องจากดิสแพทช์คิวแบบนี้ อนุญาติให้ task ทำงานได้ทีละหนึ่ง task เท่านั้น ผู้ใช้สามารถสร้างคิวแบบนี้ได้ไม่จำกัด และดิสแพทช์คิวแต่ละคิวจะแยกการทำงานกันออกจากกัน เช่น โปรแกรมมีทั้งหมด 3 คิว โดยแต่ละคิวก็มี task เป็นของตัวเอง เมื่อให้โปรแกรมทำงาน คิวทั้ง 3 สามารถที่จะทำงานไปพร้อมกันได้ อย่างไรก็ตามคิวแต่ละคิวจะอนุญาติให้ task ได้ทำงานได้เพียงทีละ task เท่านั้น

serial

Concurrent (global dispatch queue) เป็นคิวที่อนุญาติให้ task ทำงานพร้อมกันได้มากกว่าหนึ่ง task และยังทำงานตามลำดับของ task ที่เข้ามาในดิสแพทช์คิว จำนวนของคิวที่สามารถสร้างได้นั้นขึ้นอยู่ทรัพยากรของระบบ เมื่อดิสแพทช์คิวทำงาน คิวจะสร้างเทรดขึ้นมาเพื่อรองรับ task และมีการบริหารจัดการโดยคิวเอง เช่นเดียวกับคิวแบบ serial

concurrent

Main dispatch queue อนุญาติให้ task ทำงานได้พร้อมกันเช่นเดียวกันกับ concurrent ดิสแพทช์คิวนี้จะไม่สร้างเทรดใหม่เหมือนกับสองคิวทีผ่านมา แต่จะให้ task ทำงานที่ Application Main Thread แทน คิวนี้มีการทำงานที่ main thread ดังนั้นผู้ใช้จะไม่ได้สร้างคิวขึ้นมาเอง แต่จะเรียกใช้ฟังชั่นเพื่อขอ main dispatch queue จากระบบ
เมื่อเข้าใจการทำงานของคิวทั้งสามแบบแล้ว ต่อไปก็ลงมือเขียนโปรแกรมกัน ซึ่งเป็นตัวอย่างการใช้งาน GCD อย่างง่ายๆ เช่น การดาวน์โหลด รูปภาพจากอินเทอร์เน็ต พร้อมกันหลายๆรูป Continue reading Objective-C Programming Chapter 19 (Part1)

Objective-C Programming Chapter 18 (Part1)

Network

 

การเขียนโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับระบบเครือข่ายด้วย Objective-C นั้น มีไลบรารีและเฟรมเวิร์คให้ใช้งานแบ่งออกเป็นหลายระดับด้วยกัน โดยเริ่มตั้งแต่ระดับล่างสุดที่ต้องจัดการ network packet เอง ไปจนถึงระดับสูง ในบทนี้จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับคลาสและเฟรมเวิร์คต่างๆที่เกี่ยวระบบเครือข่าย รวมไปถึงสถาปัตยกรรมของคลาสที่ใช้งาน เนื้อหาในบทนี้จะครอบคลุมพื้นฐานการใช้งานทั่วไป เช่นการ download , upload ส่วนการใช้งานระดับสูงเช่นการ authentication , cache , cookie และการใช้ API ระดับล่างๆเช่น CFNetwork ไม่ได้คลอบคลุมในบทนี้ ถึงแม้ว่าเนื้อหาในบทนี้ผู้ที่ไม่มีความรู้ทาง network หรือไม่เคยเขียนโปรแกรมที่เกี่ยวกับเครือข่ายมาก่อนสามารถอ่านทำความเข้าใจได้ไม่ยาก แต่ถ้าหากผู้อ่านควรมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโพรโทคอล TCP/IP จะช่วยให้เข้าใจปัญหาและสามารถแก้ไขสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อมีข้อผิดพลาดในการเขียนโปรแกรม เพราะเป็นโพรโทคอลหลักที่ใช้ใน cocoa network framework

Foundation Class Method

หากย้อนกลับไปบทก่อนๆ จะพบว่าโปรแกรมที่เราได้เขียนไปนั้นมีการใช้งาน network มาบ้างแล้ว นั่นก็คือการใช้เมธอด ของ Foundation Class ที่มีชื่อ initWithContentsOfURL:  หรือมีชื่อลักษณะเดียวกัน ดังเช่นตัวอย่างต่อไปนี้

การใช้เมธอดที่มากับ Foundation Class มีข้อดีคือ ง่าย ไม่ซับซ้อน และสะดวกมาก แต่เมธอดเหล่านี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้กับข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น ถ้าหากต้องการจะโหลดไฟล์เอกสารขนาด 2 mb ไว้ใน NSString ด้วยการเรียกเมธอด initWithContentsOfURL:encoding:error: คงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่นอน เพราะเมธอดเหล่านี้มีการทำงานแบบ synchronous หรือต้องรอให้เมธอดเหล่านี้ทำงานเสร็จสิ้นเสียก่อนจึงจะสามารถทำอย่างอื่นได้ และในทางตรงกันข้าม ลักษณะการทำงานแบบไม่ต้องรอให้เสร็จจะเรียกว่า asynchronous ถ้าหากเขียนโปรแกรมแบบ console ดังที่เราเขียนๆมาตั้งแต่เริ่มต้นของหนังสือ การรอให้เมธอดที่เกี่ยวกับระบบเครือข่ายทำงานเสร็จสิ้นเสียก่อนคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่เมื่อเขียนโปรแกรมที่มี User Interface เช่น iOS และ Mac OSX จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที เพราะ UI ต่างๆจะไม่ตอบสนอง เกิดการหยุดชะงักหรือ freezing เนื่องจากต้องรอให้เมธอดเหล่านี้ทำงานเสร็จเสียก่อนนั่นเอง

NSURLSession

ตั้งแต่แอปเปิ้ลได้ปล่อย Mac OSX 10.9 Maverick และ iOS 7 ก็ได้เพิ่มคลาส NSURLSession เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Network Framework ซึ่งเป้าหมายของคลาสนี้คือมาทำหน้าที่แทนคลาส NSURLConnection ที่เคยใช้กันมานาน ดังนั้นเราจึงควรใช้คลาสใหม่นี้แทน NSURLConnection และคลาส NSURLSession นี้มีก็ความสามารถที่เหนือกว่า NSURLConnection หลายๆอย่าง เช่นการทำงานในโหมด background หรือความสามารถในการหยุดทำงานชั่วคราว และสั่งให้เริ่มต้นใหม่ หรือทำงานต่อจากสิ่งที่ค้างไว้ได้ เป็นต้น และนอกจากคลาส NSURLSession แล้วยังมีคลาสที่เกี่ยวข้องกันอีกหลายคลาส ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มลงมือเขียนโค้ดเราควรเข้าใจโครงสร้างรวมไปถึงส่วนประกอบอื่นๆที่เกี่ยวข้องกันเสียก่อน

NSURLSession

จากรูปการทำงานของ NSURLSession API นั้นจะประกอบไปด้วยเซสชั่น (session) และในโปรแกรมก็มีได้หลายๆเซสชั่น ซึ่งแต่ละ session จะประกอบไปด้วยกลุ่มของการทำงานย่อย (task) เช่นการดาวน์โหลด หรือการส่งข้อมูล นอกจาก task แล้วเซสชั่นจะทำงานร่วมกับ delegate และคลาสสำหรับกำหนดค่าต่างๆของเซสขั่น ถ้าจะเปรียบการทำงานของเซสชั่นให้ง่ายขึ้น ให้นึกถึงการทำงานของเว็บบราวเซอร์ที่มีหลายหน้าต่าง โดยหน้าต่างแต่ละอันนั้นก็เปรียบเสมือน session ที่ได้กำหนด URL ที่จะใช้งาน และในแต่ละหน้าต่างก็มีการทำงานย่อยหลายๆอย่าง เช่น โหลดรูปภาพ โหลดสคริป เป็นต้น และเมื่อทำลายเซสขั่นลง การทำงานย่อยๆในเซสชั่นนั้นก็จะปิดตัวลง เช่นกัน

NSURLSessionConfiguration

คลาสนี้อาจจะเป็นคลาสแรกที่จะต้องประกาศเมื่อเริ่มใช้งาน NSURLSession API หน้าที่หลักของคลาสนี้คือช่วยให้ผู้ใช้ได้ปรับค่าใช้งานต่างๆก่อนเริ่มเซสชั่นเช่น cache , http header , cookie , security และอื่นๆ  คลาสนี้จะถูกเรียกใช้เพียงครั้งเดียวตอนเริ่มต้น และหลักจากที่เซสชั่นได้ทำงานไปแล้ว การปรับเปลี่ยนค่า NSURLSessionConfiguration จะไม่มีผลกระทบอะไรต่อเซสชั่นนั้น การประกาศ NSURLSessionConfiguration จะใช้คลาสเมธอดในการประกาศ ซึ่งสามารถทำได้ 3 เมธอดด้วยกันคือ

+ defaultSessionConfiguration เป็นค่าเริ่มต้นของเซสชั่น ซึ่งจะมีการเก็บ cookie , cache ไว้ในฮาร์ดดิส การทำงานโดยทั่วไปจะใช้เมธอดนี้
+ ephemeralSessionConfiguration จะไม่มีการเก็บข้อมูลไว้ฮาร์ดดิส แต่จะเก็บไว้ที่หน่วยความจำแทน ดังนั้นหากโปรแกรมยกเลิกการใช้เซสชั่น ข้อมูลต่างๆก็จะหายไปด้วย ซึ่งเหมาะกับการทำงานลักษณะ private mode ที่ไม่ต้องการเก็บข้อมูลไว้หลังจากการใช้งาน
+ backgroundSessionConfiguration ถ้าต้องการให้ network ทำงานเมื่อ application หยุดการทำงานชั่วขณะ (suspend) เช่นในกรณีที่ของการทำงานแบบ background mode ของ iOS Application ก็จะใช้การประกาศแบบนี้ อย่างไรก็ตามการทำงานในลักษณะ background นี้มีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น ต้องเป็นโพรโทคอล http หรือ https เท่านั้น , การทำงานต้องเป็น download , upload เท่านั้นไม่สามารถใช้ data task ได้ (จะอธิบาย task แบบ data ภายหลัง) และจะต้องมี delegate เสมอ

Task

อย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า session ประกอบได้ด้วยการทำงานย่อยหรือ task และ NSURLSession ได้แบ่ง task ออกเป็นทั้งหมด 3 แบบด้วยกันคือ

NSURLSessionDownloadTask ใช้สำหรับการ download และจัดเก็บข้อมูลลงไฟล์ ทำงานแบบ background ได้
NSURLSessionUploadDataTask ใช้สำหรับการ upload ไฟล์ ทำงานแบบ background ได้เช่นเดียวกัน
NSURLSessionDataTask จะใช้ส่งและรับข้อมูลด้วย NSData การใช้งานโดยทั่วไปจะประกาศใช้ task แบบนี้ แต่เนื่องจากคลาสนี้มีการรับและส่งข้อมูลด้วย NSData ซึ่งข้อมูลจะเก็บไว้ยังหน่วยความจำ ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้ task นี้กับการทำงานแบบ background ได้ ดังนั้นในกรณีที่ต้องการจะให้ระบบ network ยังทำงานในโหมด background ต้องใช้คลาส NSURLSessionDownloadTask หรือ NSURLSessionUploadDataTask

NSURLSession with Delegate

วัฎจักรการทำงานของ NSURLSession จะมีด้วยกันสองแบบ โดยแบบแรกจะใช้ delegate ส่วนแบบที่สองคือไม่ได้ใช้ delegate และโปรแกรมที่จะได้เขียนต่อไปนี้จะเป็นการใช้งานแบบกำหนด delegate ให้กับ session ถ้ายังจำกันได้ในบทที่ 10 เราได้เขียนโปรแกรมจำลองการใช้งาน network โดยมี delegate กันไปแล้ว โดยกระบวนในการทำงาน ก็ได้แสดงดังที่เห็นในรูป

network_session

 

การทำงานของโปรแกรมที่จะได้เขียน ก็มีลักษณะการทำงานเช่นเดียวกัน เพียงแค่เปลี่ยนจาก NetworkController ไปใช้คลาส NSURLSession แทน จากรูปจะเห็นว่าคลาส NetworkController เป็นส่วนที่ใช้ในการติดต่อเครือข่าย ซึ่งจะทำหน้าที่รับหรือส่งข้อมูลอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในการจัดการข้อมูลจะมีคลาส MyDelegate มาทำหน้าที่แทน เราจะเขียนคลาส MyDelegate ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้รองรับ NSURLSessionDataDelegate โดยมีโค้ดดังนี้

Program 18.1

MyDelegate.h

 

MyDelegate.m

คลาส MyDelegate ที่ได้เขียนไปมี delegate method ที่ต้องเขียนด้วยกันทั้งหมด 2 เมธอดด้วยกัน โดยเมธอดแรกนั้นจะถูกเรียกเมื่อได้รับข้อมูล และจากโค้ดก็ได้เก็บข้อมูลที่ได้มาไว้ใน netData ส่วนเมธอดต่อมาจะถูกเรียกหลังจาก task ได้ทำงานเสร็จสิ้นลง

main.m

 

มาถึงในส่วนของโค้ดของโปรแกรมหลัก ได้เริ่มต้นด้วยการประกาศ defaultConfiguration ที่เป็นอ็อบเจ็กของคลาส NSURLSessionConfiguration จากนั้นก็ประกาศ NSURLSession โดยกำหนดค่าเป็น defaultConfiguration พร้อมกับกำหนด delegateเมื่อเสร็จจากขึ้นตอนนี้ก็เหลือแค่กำหนด task ที่ต้องการใช้งาน จากโค้ดของโปรแกรมในบรรทัดที่ 20 ก็ได้ประกาศให้ dataTask ให้เป็น task ที่จะใช้งาน และไม่ว่าจะประกาศ task แบบใดก็ตาม หลังจากประกาศเสร็จแล้ว task จะมีสถานะเป็น suspend ซึ่งหมายถึงว่ายังไม่เริ่มทำงาน  ดังนั้นจึงต้องสั่งให้เริ่มทำงานด้วยการเรียกเมธอด resume ในส่วนของ while loop ทำหน้าที่แค่รอ dataTask ทำงานจนเสร็จ และถ้าหากโปรแกรมรอการรับจากเซิฟเวอร์นานเกินไปก็ให้ยกเลิกการทำงาน เมื่อให้โปรแกรมทำงานจนเสร็จสิ้นก็จะได้ผลลัพธ์ดังนี้

Program 18.1 Output

{
    “firstName”: “John”,
    “lastName”: “Smith”,
    “age”: 25
}

Download

โปรแกรมที่ได้เขียนไปเป็นการใช้ task แบบ data เราจะเขียนโปรแกรมอีกสักโปรแกรมเพื่อดาวน์โหลดไฟล์มาเก็บไว้ที่เครื่อง สิ่งที่ต้องเขียนเพิ่มเติมเมธอดของ NSURLSessionDownloadDelegate ให้กับคลาส MyDelegate นั่นเอง

Program 18.2

MyDelegate.m

โค้ดที่ได้เพิ่มเข้าไปมีด้วยกัน 3 เมธอด โดยเมธอดแรกนั้น จะถูกเรียกเมื่อการทำงานของ download task ได้เสร็จสิ้น ในเมธอดนี้ได้เขียนโค้ดเพื่อคัดลอกไฟล์มาไว้ยัง Desktop ของผู้ใช้งาน เนื่องจากเมื่อ download task ได้เริ่มต้นทำงานก็จะสร้าง temp file เพื่อใช้สำหรับเขียนข้อมูล ดังนั้นจึงเขียนโค้ดให้คัดลอกข้อมูลจาก temp file มาเก็บไว้นั่นเอง ส่วนอีกเมธอดเป็นเมธอดที่บอกจำนวนของข้อมูลที่ได้เขียนเสร็จ และเมธอดที่อยู่ล่างสุดเป็นส่วนที่เกี่ยวกับการจัดการ task ในกรณีที่ต้องทำงานต่อจากงานที่ค้างไว้ (resume) เมื่อเพิ่มโค้ดของ download delegate เสร็จเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของโปรแกรมหลักให้เปลี่ยน NSURLSessionDataTask เป็น NSURLSesssionDownloadTask ดังนี้

main.m

เมื่อโปรแกรมทำงานก็จะดาวน์โหล smith.json ไฟล์มาไว้ที่ desktop พร้อมกับแสดงผลที่ console ดังนี้

Program 18.2 Output

Download done

 

Upload

สองโปรแกรมที่ผ่านมาเป็นโปรแกรมที่รับข้อมูลจากเซิฟเวอร์ แต่โปรแกรมที่จะได้เขียนต่อไปนี้ เป็นโปรแกรมเพื่อใช้สำหรับส่งรูปภาพไปยังเซิฟเวอร์ เนื่องจากต้องมีเซิฟเวอร์สำหรับการ upload ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มลงมือเขียนโค้ด เราจะใช้เครื่อง Mac ที่มีอยู่แล้วทำหน้าที่เป็น server สำหรับโค้ดของโปรแกรมเซิฟเวอร์ที่จะใช้ในโปรแกรมนี้ สามารถโหลดได้จาก https://developer.apple.com/library/ios/samplecode/SimpleURLConnections/SimpleURLConnections.zip หลังจากโหลดไฟล์เสร็จก็ unzip ให้เรียบร้อย จากนั้นจะพบกับไฟล์ ImageReceiveServer.py ซึ่งเป็นโปรแกรมเซิฟเวอร์อย่างง่ายที่เขียนด้วยภาษา pythone จากนั้นให้เปิดโปรแกรม terminal และสั่งให้เซิฟเวอร์ทำงานได้ด้วยคำสั่ง python ImageReceiveServer.py ดังที่แสดงดังรูป (กด ctr+c เพื่อสั่งให้เซิฟเวอร์หยุดทำงาน)

start_simple

 

เมื่อสั่งให้เซิฟเวอร์ทำงานได้แล้ว ในลำดับต่อไปก็จะเขียนโปรแกรมสำหรับการ upload file ซึ่งมีโค้ดโปรแกรมดังนี้

Program 18.3

MyDelegate.m

ในส่วนของ delegate นี้มีเมธอดที่ต้องเขียนเพียงหนึ่งเมธอดเท่านั้น ซึ่งเป็นเมธอดที่บอกจำนวนข้อมูลที่ได้ส่งไปยังเซิฟเวอร์ในแต่ละครั้ง  และโค้ดในส่วนของโปรแกรมหลักมีดังนี้

main.m

เริ่มต้นด้วยการประกาศ url เซิฟเวอร์ที่จะส่งข้อมูลไป ในส่วนของ session configuration ได้กำหนดค่า http header ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะถูกส่งไปยังเซิฟเวอร์ ได้ด้วยการกำหนดพร๊อพเพอร์ตี้ HTTPAdditionalHeader นอกจากการกำหนดค่า http header ใน session configuration ยังสามารถกำหนดใน NSURLRequest ได้อีกทาง แต่การกำหนดด้วย session configuration จะเป็นการกำหนดค่าเริ่มต้น ให้กับทุก request ที่ทำงานใน session นี้ ส่วนในกรณีที่กำหนดให้กับ NSURLRequest จะเป็นการกำหนดเฉพาะเจาะจง request ที่ต้องการ

โค้ดในลำดับต่อมาเริ่มด้วยการเตรียมข้อมูลที่จะส่งไปยังเซิฟเวอร์ ซึ่งประกอบไปด้วยข้อมูลของโพรโทคอล http/1.1 เช่น content-type รวมไปถึงข้อมูลรูปภาพที่จะส่งไป  จากนั้นก็เริ่มเขียนโค้ดที่ใช้สำหรับส่งข้อมูล

เมื่อดูจากโค้ดตั้งแต่บรรทัดที่ 47 จะเห็นว่ามีรูปแบบเหมือนกับการเขียน download  แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ NSURLRequest ที่ระบุว่าใช้ POST สำหรับส่งข้อมูล ส่วนการสร้าง task ที่จะทำงานใช้เมธอด uploadTaskWithRequest: fromeData พร้อมกับส่งค่าพารามิเตอร์ด้วยข้อมูลที่ได้เตรียมไว้ ก็เป็นอันเสร็จสิ้น เมื่อให้โปรแกรมทำงาน โปรแกรมทางฝั่งเซิฟเวอร์ก็จะแสดงข้อมูลดังรูป

simpleServer

 

และข้อมูลรูปภาพจะถูกเก็บไว้ยังโฟลเดอร์ images ซึ่งเป็น sub folder ภายในโฟลเดอร์ที่เซิฟเวอร์ได้ทำงาน

Program 18.3 Output

send: 24148 , total send: 24148 , total byte: 24148

 

 

Objective-C Programming Chapter 17 (Part3)

School Project V.2

โปรแกรมที่ได้เขียนไปก็ทำงานได้ถูกต้อง แต่ถ้าหากเพิ่มเมธอดเข้าไปในคลาส Managed Object ที่ XCode สร้างให้เช่น เพิ่มเมธอด countStudent เข้าไปในคลาส Classroom เพื่อนับจำนวนนักเรียน แต่หลังจากที่เขียนโปรแกรมไปสักพัก ก็พบว่าต้องการจะแก้ไข model เช่น เพิ่มชื่อของอาจารย์ประจำชั้น ผลที่ตามมาจากการเปลี่ยนโมเดล คือคลาสที่เคยใช้ก็จะใช้ไม่ได้เพราะไม่เข้ากับโมเดลใหม่ที่สร้างขึ้น ดังนั้นจึงต้องให้ XCode สร้างคลาสให้ใหม่ การให้ XCode สร้างคลาสให้ใหม่นั้นไม่ใช่ปัญหา แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือเมธอดที่ได้เขียนเพิ่มเข้าไปก็จะหายไปด้วย เนื่องจากเราได้เขียนเมธอดการทำงานต่างๆไว้ในคลาสตัวเก่า เมื่อสร้างคลาสใหม่ XCode จะสร้างไฟล์ใหม่ทับของเดิม โค้ดที่ได้เขียนไปจึงหายไปด้วย การแก้ไขปัญหานี้อาจจะทำได้ด้วยการคัดลอกโค้ดไว้ก่อน แล้วนำไปวางในคลาสใหม่ แต่ถ้าหากเกิดแก้ไขพร้อมกันสัก 5 คลาส การใช้วิธี copy & paste ย่อมไม่ใช่หนทางที่ดีแน่นอน การแก้ปัญหาที่ดีกว่านั้นก็คือใช้แคทิกกอรี่ ดังเช่นตัวอย่างต่อไปนี้

Student+DataManagement.h

Continue reading Objective-C Programming Chapter 17 (Part3)

Objective-C Programming Chapter 17 (Part2)

Core Data

 

Core Data คือเฟรมเวิร์คที่ได้ออกแบบมาเพื่อช่วยในการจัดเก็บข้อมูล ( object persistence framework)  Core Data มีความสามารถหลายอย่างมากเป็นต้นว่า ผู้ใช้งานสามารถกำหนดได้ว่าข้อมูลที่จะจัดเก็บนั้นจะใช้ XML , SQLite หรือเก็บใน iCloud แต่แนวคิดการจัดเก็บข้อมูลของ Core Data นั้นจะต่างจาก SQL พอสมควร เพราะไม่ได้มองข้อมูลในรูปแบบตาราง แต่จะมองว่าข้อมูลในรูปแบบของอ็อบเจ็ก (Managed Object) ถึงแม้ว่าตัว Core Data เองนั้นจะเป็นเพียง Framework เพื่อใช้จัดเก็บข้อมูล ซึ่งไม่ได้รวมไปถึงการออกแบบ managed object ที่จะใช้งาน แต่อย่างไรก็ตามการออกแบบ managed object นั้น ทำได้ง่ายมากใน XCode เพราะมีเครื่องมือช่วย

Core Data Stack

ก่อนที่จะไปใช้งาน API และเครื่องมือต่างๆนั้น ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างของ Core Data ก่อนว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง และแต่ละส่วนมีความสัมพันธ์กันอย่างไร อย่างที่เห็นในรูปด้านล่าง Core Data ประกอบไปด้วย 4 ส่วนด้วยกันคือ Managed Object Model , Manage Object Context , Persistant Coordinator และ Data Store ส่วนประกอบทั้งหมดนี้จะเรียกว่า Core Data Stack

core_data_stack

Continue reading Objective-C Programming Chapter 17 (Part2)