Tag Archives: mac

เลือกซื้อ Mac สำหรับ การพัฒนาโปรแกรม (ภาค Mac mini)

ผมเคยได้เขียนเกี่ยวกับ แนวทางในการเลือกซื้อ mac สำหรับไว้ใช้เขียนโปรแกรม ไปตั้งแต่ 2 ปีก่อนๆ  และในปี 2014 นี้ Apple ก็ได้เปลี่ยน model ของ Mac ครบทุกรุ่น โดยเริ่มตั้งแต่ฝั่ง Labtop คือ Macbook Air และ Macbook Pro

Macbook Air – Macbook Pro

ในส่วนของโน๊ตบุ้คนี้ การใช้งานในการเขียนโปรแกรมโดยรวมแล้ว ก็ยังยืนยันคำเดิมว่า Macbook Pro นั้นแรงกว่า Macbook Air แทบจะทุกๆด้าน เพราะ CPU, Graphic ที่เร็วกว่า ทำให้ Macbook Pro นั้นชนะ Macbook Air ขาดลอย .. ถ้าคิดจะเลือก Macbook Pro มันก็เหลือแค่การตัดสินใจว่า จะเอา retina หรือเปล่า และเลือกใช้จอ ขนาดเท่าใด ก็เท่านั้นเอง ..

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ Macbook Pro นั้นแพ้ Macbook Air อย่างแน่นอนคือ เรื่องความ เบา และบาง  ถึงแม้ว่าโมเดลใหม่ จะมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อน แต่ Macbook Pro ก็ยังหนัก และหนา กว่า Air อย่างมาก สำหรับคนที่ไปไหนมาไหน บ่อยๆอย่างผม การจะถือของมีน้ำหนักเยอะๆ มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย โดยเฉพาะ หากต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน เพราะน้ำหนักของ สิ่งของเป็นเรื่องสำคัญมาก ยิ่งสัมภาระเยอะและหนัก ก็ยิ่งลำบากและหงุดหงิดในการเดินทาง ดังนั้น Macbook Air มันก็ตอบโจทย์สำหรับคนกลุ่มอย่างผมได้ดีกว่า .. ลดประสิทธิภาพของเครื่องลง แต่ได้ความเบาสบายมาแทน อย่างไรก็ตาม Macbook Air รุ่นจอเล็ก 11″ นั้นผมไม่แนะนำให้ซื้อมาใช้เพราะ เนื่องจากจอภาพมีขนาดเล็กเกินไป เขียนโปรแกรม ลำบาก อย่าลืมว่าหากเขียน iOS ต้องมีหน้าจอ iOS Simulator เข้ามาอีก

ดังนั้นหากตัดสินใจ จะเลือกซื้อ Pro หรือ Air แนะนำให้เลือกจาก การใช้ชีวิตประจำวันเป็นหลัก .. ถ้าไม่ค่อยได้เดินทาง หรือไม่ได้ถือไปไหนมาไหนบ่อยๆ ก็ยังแนะนำให้เลือก Macbook Pro เพราะเครื่องมันแรงกว่าเยอะ แต่ถ้าต้องเดินทางบ่อยๆ ชอบเอาไปไหนมาไหนด้วย  ผมแนะนำให้ซื้อ Macbook Air ถึงแม้ว่า spec มันจะด้อยกว่า แต่จะได้ความสะดวก บางและเบา กลับคืนมาแทน

** หากต้องการ upgrade ram ให้ทำตั้งแต่ตอนซื้อเลย เพราะทั้ง Macbook Air และ Macbook Pro Retina ไม่สามารถเพิ่ม ram ได้ภายหลัง **

iMac

ถ้าคิดจะซื้อ desktop สักเครื่อง iMac ก็คงเป็นคำตอบแรก ในปัจจุบัน (2014) มีเครื่อง iMac หลาย model ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 21 กับ 27 นิ้ว ถ้าชอบหน้าจอใหญ่ๆ ก็แนะนำ 27 นิ้ว แต่ส่วนตัวคิดว่า 21 นิ้ว ก็เพียงพอแล้ว เคยใช้ 27 นิ้วแล้วมันใหญ่เกินไป มองไม่ทั่วจอ อันนี้ก็แล้วแต่ความถนัดเลย หากเงินถึง และชอบจอใหญ่ๆ จะซื้อ 27 นิ้วก็ได้  ในการเลือกซื้อ iMac นี้ผมไม่แนะนำให้ซื้อรุ่น iMac 21 นิ้ว รุ่นต่ำสุด (cpu 1.4GHz dual-core Intel Core i5) เพราะประสิทธิภาพมันแทบจะไม่ต่างอะไรกับ Macbook Air ควรจะซื้อรุ่น 21.5 inch, 2.5 GHz ขึ้นไป จะคุ้มค่าเงินมากกว่า

iMac Retina – 5K ?

โดยส่วนตัวผมเห็นว่า ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องลงทุนซื้อรุ่น retina  เพราะสิ่งที่เราใช้งานเป็นประจำก็คือ การเขียนโปรแกรม ซึ่งมันไม่จำเป็นต้องการจอละเอียดขนาด 5K

 

Mac Pro

คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องความแรง เพราะ Mac Pro  ตัวใหม่นี้แรงระดับพระกาฬ แน่นอนว่ามันมาพร้อมกับราคาโหดมากๆ คือเกือบแสนบาท แต่อย่างไรก็ตาม Mac Pro นี้จะให้ความคุ้มค่าในระยะยาว มากกว่า model อื่นๆ คือพูดง่ายๆว่า อย่างเช่น Mac Pro ตัว 2008 นั้นเร็วเท่ากับ iMac ปี 2012 สรุปว่ากว่าที่ iMac จะตาม Mac Pro ทันก็ต้องใช้เวลากว่า 4 ปี ดังนั้นแล้วในระยะยาว ถ้าซื้อแล้วใช้เกิน 5 ปี ก็คุ้มค่ามาก ต่อการลงทุน

Mac Mini

มาถึงเจ้าน้องเล็กคนสุดท้อง ของตระกูล Mac ผมต้องบอกเลยว่า ผิดหวังกับตัว Mac Mini 2014 มากทีเดียว เนื่องจาก ความเร็วโดยรวมต่อราคานั้น ลดลง .. อีกทั้งไม่สามารถเปลี่ยน ram ได้เหมือนกับรุ่นก่อนๆ ในรุ่น model กลาง คือ 2.6 GHz นั้น ได้ CPU dual core i5  แต่จ่ายราคา 24000 บาท .. ส่วน Mac mini ปี 2012 รุ่น quad core i7 ก็มีราคาเท่ากัน คือ 24000 ( อิงราคาจาก iStudio ณ วันที่เขียน) คือเรียกว่า .. ถ้าใช้เงินเท่ากัน ไปซื้อ model เก่า จะได้ความเร็วที่มากกว่า รุ่นใหม่ ด้วยซ้ำไป .. แต่สิ่งที่จะได้จากรุ่นใหม่ คือการ์ดจอที่แรงกว่าตัวเดิม นิดหน่อยเท่านั้นเอง … ผมถึงได้บอกว่า น่าผิดหวังมากสำหรับตัวใหม่

ดูจากการรูป ถ้าหากพิจารณาจากการทำงานแบบ Single Core จะเห็นว่ารุ่น ปี 2014 นั้นเร็วกกว่า ปี 2012 แค่นิดหน่อยเท่านั้น

macmini-october-2014-singlecore-thumb

และในส่วนผลลัพธ์ของการทำงานแบบ Multicore จะเห็นได้ว่า Mac Mini ปี 2014 นั้น แพ้ ปี 2012 (i7) แบบราบคาบ

macmini-october-2014-multicore-thumb

ดังนั้นแล้ว ผมจึงไม่แนะนำให้ซื้อ Mac Mini เลย ยกเว้นว่า งบ จำกัดมากจริงๆ เพราะมันเป็นตัวเลือกที่ไม่คุ้มเอาเสียเลย

Image Ref: http://www.primatelabs.com/blog/2014/10/estimating-mac-mini-performance/

Objective-C Programming Chapter 15 (Part2)

Blocks and Cocoa

ในตัวอย่างที่ผ่านๆมา เราได้ใช้ block กันไปบ้าง แต่ยังไม่ได้ใช้เฟรมเวิร์คและ API ต่างของ cocoa และ cocoa touch ซึ่งมีเมธอดที่เกี่ยวข้องกับใช้บล็อกอยู่มากมาย เมธอดเหล่านี้แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆทั้งหมด 6 กลุ่มด้วยกันคือ Completion handlers , Notification handlers , Error handlers , Enumeration , View animation and transition และ Sorting เพื่อให้เข้าใจมากขึ้นจะเขียนโปรแกรมเพื่อใช้งานบางส่วนจากทั้งหมด ซึ่งโปรแกรมที่จะเขียนต่อไปนี้ เป็นโปรแกรมที่เคยเขียนมาแล้วในบทก่อน นั่นคือจัดเรียงสมาชิกในอาร์เรย์ แต่คราวนี้จะใช้บล็อกในการจัดเรียงสมาชิก

Program 15.7
main.m

Continue reading Objective-C Programming Chapter 15 (Part2)

เลือกซื้อ Mac รุ่นไหนให้เหมาะกับการเขียนโปรแกรม

สืบเนื่องจากว่า มีคนถามผมเข้ามาว่า จะซื้อ Mac รุ่นไหนดี เพื่อเอามาเขียนโปรแกรม ? ผมตอบง่ายๆเลยครับว่า ถ้าเป็นเครื่องตั้งแต่ปี 2012 รุ่นไหนก็ได้ครับ ง่ายๆแบบนี้เหละ ไม่ว่าจะเป็น iMac , Macbook , Macbook Air , Mac Pro , Mac Mini ได้หมด เพราะเอา spec มาดูแล้ว มันทำงานกับ XCode ได้ไม่มีปัญหาครับ ไม่ช้าด้วย ที่ผมบอกว่าเครื่องรุ่นใดก็ได้ตั้งแต่ปี 2012 ก็เพราะว่าเครื่องที่มี spec ต่ำที่สุดในปี 2012 นั่นก็คือ Macbook Air 11″ มันก็ทำงานกับ XCode แบบสบายๆ ฉะนั้นไม่ต้องกลัวเรื่องว่ามันจะช้า แต่ถ้าเอาเครื่องเร็วกว่าไปเปรียบเทียบเครื่องที่มันช้ากว่า มันก็ดูช้ากว่าแน่นอนอยู่แล้วครับ

สรุปคือ spec แบบไหนก็ทำได้ครับ แต่ก็คงจะมีคำถามต่อไปใช่ไหม ว่าจะเลือกเครื่องแบบไหนดี ?

ก่อนอื่นต้องตอบตัวเองก่อนครับว่า

1. จะเอาแบบตั้งโต๊ะ หรือ Notebook
2. งบประมาณมีแค่ไหน

choose

 

คือถ้าหากต้องการแบบตั้งโต๊ะใช้งาน ส่วนตัวผมแนะนำให้ซื้อ iMac ครับ เพราะว่า iMac รุ่นใหม่มีประสิทธิภาพที่คุ้มกับเงินมาก เครื่องก็บางมาก ตั้งไว้ที่บ้านเหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์เก๋ๆได้สบายๆ และเมื่อซื้อ iMac จะได้ทั้ง Mouse , Keyboard ของ Apple มาด้วยเลย (ถ้างบพอจะใช้ Fusion Drive ก็จะเร็วขึ้นมาอีก) พร้อมใช้งานได้ทันที iMac มีจอค่อนข้างใหญ่และสีสันจอภาพสดใสคมชัด ถึงจะไม่เทียบเท่า Cinema Display แต่ใช้งานทั่วๆไปก็แจ่มมาก  ข้อเสียของ iMac คือไม่มี drive dvd

Continue reading เลือกซื้อ Mac รุ่นไหนให้เหมาะกับการเขียนโปรแกรม

Steam for mac

ก่อนที่ผมจะใช้ Mac ผมใช้ Windows มาก่อน เคยสงสัยกันไม๊ว่าทำไม mac ถึงไม่ค่อยมีเกมส์ให้เล่น เหมือน windows

ทำไมถึงไม่ค่อยมีเกมส์ใน Mac ?

คำตอบง่ายๆเลยครับ การลงทุนพัฒนาเกมส์ใช้ต้นทุนค่อนข้างสูง เมื่อลงทุนสูงเค้าก็ต้องการยอดขายในปริมาณมาก และสมัยก่อนคนใช้ Mac ไม่เยอะครับ เทียบกับ Windows แล้วคนละเรื่องเลย เทียบทั่วโลกแล้วคนใช้ windows ต่อ mac อาจจะน้อยกว่า 100 คนต่อ 5 ด้วยซ้ำไป แต่ในปัจจุบันคนใช้ mac มากขึ้น การลงทุนในการพัฒนาเกมส์สำหรับ mac ก็ดูจะคุ้มขึ้นมาหน่อย และอีกอย่างครับเรื่องปัญหาทางเทคนิคบางประการเช่น การเขียนโปรแกรม mac กับ windows นั้นแตกต่างกันอย่างมาก เอาง่ายๆว่าถ้าสมมติว่า เราต้องเขียนเกมส์ขึ้นมาสักเกมส์เราก็ต้องเลือกแล้วครับจะเขียนโดยใช้ DirectX หรือ OpenGL ถ้าหากว่าเลือกใช้ DirectX ก็จะไม่สามารถนำ code ไปใช้ต่อใน Windows ได้เลย แต่ถ้าหากใช้ OpenGL เขียน code บางส่วนสามารถนำกลับไปใช้ ใน mac หรือ linux ได้ และในจุดนี้เองทาง Windows มีการพัฒนา DirectX ที่ไปไวมากๆ และใช้งานง่ายกว่า OpenGL มีทั้ง document ต่างๆมากมาย update ใหม่ๆเข้ามาตลอด ในความเป็นจริงแล้วแม้ว่าการเขียนโปรแกรมด้วย OpenGL จะสามารถนำ code บางส่วนที่ได้เขียนไป สามารถเอาไปใช้ได้ แต่ว่ามันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ทางผู้ผลิตจึงเลือกที่จะพัฒนาเกมส์โดยใช้ DirectX เป็นหลักทำให้ code โดยส่วนมากไม่สามารถนำมาใช้ได้ อย่าลืมนะครับ code นี่ไม่ใช่พันสองพันบรรทัด บางเกมส์เป็นแสนๆบรรทัด นี่ก็เป็นสาเหตุทำให้ผู้พัฒนาเลือกที่จะลงทุนกับ Windows ซะมากกว่า

What is Steam ?

วันนี้เป็นวันแรกที่ Steam ได้ออกเวอร์ชั่นสำหรับ mac สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า Steam นั้นคืออะไรขออธิบายง่ายๆนะครับว่า Steam นั้นก็เหมือนกับ App Store  นั่นเหละครับ เพียงแต่ Steam นั้นขายเกมส์ เราต้องการเกมส์อะไรก็ซื้อแล้วก็ Download มาเล่นได้ทันที ถ้าเราย้ายเครื่องก็ไม่ต้องพกแผ่นไปเล่นแต่อย่างใด แค่เปิด Steam แล้วก็ Login พร้อมกับ Download เกมส์ที่ได้ซื้อไว้ ก็เล่นได้แล้ว

Steam ได้พัฒนาจากบริษัท valve ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเกมส์ดังๆอย่าง Half-Life , Counter-Strike และมีเครื่องมือพัฒนาเกมส์ในชื่อ Source Engine คิดว่าหลายคนน่าจะพอคุ้นชื่อเกมส์เหล่านี้ เกมส์ดังๆหลายเกมส์ก็ได้จำหน่ายผ่านทาง Steam อาทิเช่น Football Manager , Bioshock

แน่นอนว่าการมาของ Steam นั้น มันทำให้ mac มีเกมส์เล่นมากขึ้น และยังช่วยทำให้การตัดสินใจซื้อ mac สำหรับผู้ใช้หน้าใหม่นั้นง่ายขึ้นด้วย พูดจริงๆนะครับว่าแต่ก่อนผมไม่อยากจะซื้อ mac เพราะว่า มันไม่มีเกมส์ดีๆให้เล่น แล้วมันก็เป็นข้อด้อยที่ Windows เอามากัดตลอดว่า mac ไม่มีเกมส์ แต่ในวันนี้พอจะเริ่มเห็นอนาคตแล้วครับว่า เราจะได้เล่นเกมส์ดังๆเหมือนกับ windows สักที

Setup

เราสามารถที่จะ download ได้ที่ https://steamcdn-a.akamaihd.net/client/installer/steam.dmg ครับหลังจาก download มาแล้ว เราก็จะเจอหน้าตา setup ในแบบฉบับของ mac ที่ง่ายแสนง่าย ดังรูป เพียงแค่ลากเข้ามายัง application ก็เสร็จแล้ว

หลังจากที่ Setup เรียบร้อยแล้ว ผมก็เปิดโปรแกรมขึ้นมาครับ แต่ก็ปรากฎว่าต้องทำการ update โปรแกรมเสียก่อน ( จริงผมก็แปลกใจตั้งแต่แรกแล้วว่าทำไมไฟล์ download มามันมีขนาดเล็ก ) ก็จะเห็นหน้าตาโปรแกรมดังรูป

First Look

หลังจากที่เราได้ update เรียบร้อยแล้ว เมื่อเปิดโปรแกรมเข้ามาก็จะเจอหน้า Login ดังรูปครับ ซึ่งหน้านี้ ถ้าหากว่ายังไม่มี account เราสามารถสร้าง account ได้ เมื่อสร้างเรียบร้อยแล้ว ก็ Login ครับ

หลังจาก Login เรียบร้อย เราก็จะพบกันหน้า News หรือว่าข่าวสารจาก Valve เป็นอย่างแรก และก็อย่างที่เห็นครับ หน้าแรกที่เจอก็คือเค้าบอกว่า Portal สามารถ download มาเล่นใน mac ได้แล้ว ผมก็ไม่รอช้ากดโหลดทันที

หลังจากที่ได้กด PLAY IT NOW โปรแกรมก็จะทำการ Download เกมส์ครับ ซึ่งก็จะเห็นหน้าตาประมาณนี้

เมื่อมันครบ 100 % ก็ไม่ใช่ว่าจะเล่นได้เลยนะครับ เพราะว่ามันเป็นแค่บอกว่า กำลังเตรียมการ download แต่ยังไม่ได้ download นะครับ เมื่อเสร็จจากหน้านี้แล้ว มันถึงจะ download ให้เรา ซึ่งก็จะเห็นหน้าตาโปรแกรมดังรูป

สังเกตด้านล่าง ก็จะเห็นว่ามีแถบสถานะ บอกว่าได้ download ไปเท่าไหร่แล้ว ถ้าหากว่ากดดูก็จะหน้าตาโปรแกรม บอกสถานะ download แบบนี้ครับ

ก็อย่างที่เห็นครับว่า Portal มีขนาดประมาณ 3 Gb. !!! เราก็รอไปเรื่อยๆครับ ถ้าเน็ทเร็วก็เสร็จเร็ว เมื่อเสร็จแล้วเราก็เล่นได้ทันทีเลยครับ เกมส์จะอยู่ใน library ของเรา

สำหรับหน้าตาส่วนอื่นๆอย่าง Home Scene ก็เป็นดังรูปครับ

PORTAL

หลังจากผมใช้เวลาร่วม 4-5 ชม ในการ Download Game ที่ได้ชื่อว่าเป็นเกมส์ที่ได้รับรางวัลมากกว่า 50 สำนัก ว่าเป็นเกมส์ยอดเยี่ยม เราจะมาทดสอบว่า เมื่อเล่นจริงๆแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้มันเป็นอย่างไร ( Portal เป็นเกมส์ 3 FPS แนว Puzzle ครับ สนุกมากๆ )

สำหรับเครื่องที่ผมได้ทดสอบคือ Mac Book – White 2.26 Ghz Core 2 Duo ,  Ram 2 GB , NVIDIA GeForce 9400M ก็คือตัวสีขาวที่ออกขายในปลายปี 2009 นั่นเหละครับ

เริ่มกันเลยดีกว่าครับ ก่อนที่จะเล่นเกมส์ โปรแกรมจะบอกให้เราเปิดใช้ Universal Access เมื่อเราเปิดใช้และก็เปิด portal ก็จะเห็นหน้าตา intro ดังรูปครับ

โปรแกรมจะยังไม่เต็มจอนะครับ เมื่อจบ intro ก็จะได้เข้าเกมส์แล้วก็เจอหน้าตาดังรูป

ผมค่อนข้างแปลกใจนะครับว่า เฮ้ย นี่มันใช้ได้จริงๆนี่หว่า 🙂 ฝันไปหรือเปล่าเนี่ย ผมเดาก่อนเล่นว่ามันไม่น่าจะเล่นได้ความละเอียดขนาดนี้ และเมื่อเข้าเล่นเกมส์จริงแล้วก็จะได้ผลลัพธ์ดังรูปครับ

ผลลัพธ์ที่ได้นั้นดีเกินคาดครับ เท่าที่ลองเล่นผมว่ามันค่อนข้างลื่นไหลนะครับ Frame Rate อยู่ในระดับใช้ได้ คือถ้าปรับความละเอียดตามที่เกมส์ได้กำหนดมาให้ปกติ ผมว่าภาพที่ได้ออกมาก็ดีเกินที่ผมคาด สรุปว่า เยี่ยมมาก !!! ผมคิดว่า ถ้าได้ลองกับ iMac หรือ Macbook Pro ตัวล่าสุดภาพคงจะเนียนกว่านี้แน่นอน

More Testing

ผมพยายามจะลองปรับลายละเอียดภาพนะครับว่า สุดท้ายแล้ว mac book ของผมนั้นมันจะมีประสิทธิภาพสักแค่ไหน ก่อนอื่นเลยเรามาดูส่วนของ Display Setting กันก่อนนะครับว่ามันมีอะไรให้ปรับบ้าง

ก็จะเห็นว่าส่วนหลักๆ ก็จะมีให้ปรับตั้งแต่ความละเอียดของจอภาพ ความละเอียดของ texture แล้วก็อื่นๆมากมาย

ผมได้ลองเปรียบเทียบแต่ละอย่างมาให้ดูนะครับว่า ภาพที่ได้จากการปรับแต่งนั้น แตกต่างกันแค่ไหน ( ไฟล์ใหญ่นิดหนึ่งนะครับ )

การปรับความละเอียดของภาพระหว่าง default กับ anti aliasing 2x นั้นให้ผลค่อนข้างแตกต่างกัน เห็นได้ชัดว่าสวยงามขึ้น แต่ระหว่าง 2x กับ 4x ในความรู้สึกของผมมันไม่ได้แตกต่างมากนัก ส่วนการเปิดความละเอียดอื่นๆดูได้ในรูปนะครับ แต่เท่าที่ทดสอบถ้าเปิด anti aliasing หรือปรับอะไรจาก default มีผลกับ frame rate ค่อนข้างเยอะ คือมันหน่วงและกระตุกในบางจังหว่ะ อย่างเห็นได้ชัด

บทสรุป

Steam นั้นทำออกมาได้ดีเกินที่ผมคิดไว้ เกมส์เล่นได้ลื่นไหล แต่ก็ยังหน่วงๆอยู่บ้าง ถ้าหากว่าได้เครื่องที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่านี้ก็คงจะแจ่มมากๆ แม้ว่าตอนนี้เกมส์จะยังออกมาไม่มากนัก แต่เห็นได้ชัดว่า อนาคตเกมส์ใหญ่ๆจะมาลง mac สูงมาก

ปล. ตอนนี้ทาง valve เค้าให้โหลดเกมส์ PORTAL ฟรี ภายใน 24 พ.ค 2010 นี้นะครับ รีบๆกันหน่อย ย้ำนะครับว่า ฟรี !!!

Talk: New Macbook Pro

เพิ่งได้ macbook pro 15″ ตัวใหม่มาเลย เป็นรุ่นต่ำสุดของ macbook pro ละ มันมาพร้อมกับ multi-touch แต่ว่าผมไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ เพราะส่วนมากเอามาทำงานเขียนโปรแกรมซะมากกว่า แต่ลองๆดูก็คงได้ความหรูที่เพิ่มขึ้น ( มันมีแค่นั้นจริงๆน่ะ )  ก็อย่างที่่บอกว่าไม่ค่อยได้ใช้งานเท่าไหร่  ก็กลายเป็นว่า ตอนนี้ผมมี Mac ปาเข้าไป 3 เครื่องละ แต่เครื่องหลักๆคือ Mac Pro ก็เลยถ่ายรูปมาให้ดู

ปล. ออฟฟิศซื้อให้น่ะครับ ไม่ได้ออกเงิน ถ้าออกเองนี่ คงอดข้าวหลายเดือน

แล้วตอนนี้สภาพที่ทำงานก็เป็นแบบนี้ mac pro พร้อมกับ 2 monitor และ อีก 1 macbook pro