GH 60 Keyboard Building log

หลายคนก็น่าจะพอรู้ว่าผมมีงานอดิเรกอย่างหนึ่งคือ ทำ keyboard ไว้ใช้เอง ก็อย่างที่เคยได้โพสไปในครั้งก่อนโน้น ว่าจากการเริ่มต้นด้วยการสร้าง keyboard แบบ handwire ผมก็มีโปรเจคสร้าง keyboard แบบใช้ PCB บ้าง  และมันก็มาถึงโปรเจค GH60 ซึ่งเป็น Project Opensource Hardware จากทาง GeekHack ( Keyboard Community ) อันที่จริงโปรเจคนี้ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2014 แต่กว่ามันจะสมบูรณ์มาเป็นตัวปัจจุบัน (REV C) ก็ 2016

IMG_5347

โดยหลักการแล้ว ตัววงจร PCB ก็ใช้หลักการเดียวกับ Handwire ที่ผมได้ทำไปคือ มีตัว Micro Controller ตัวเดียวกัน ใช้ Firmware เหมือนกัน เพียงแต่ว่าถ้าใช้แบบ PCB เราก็ไม่ต้องมานั่งเชื่อมสายไฟ บัดกรี พวก ไอโอด และ Microcontroller เอง จะเหลือส่วนให้ บัดกรี จริงๆ คือ switch เท่านั้น

_DSC0208

ในครั้งนี้ผมได้ลองเอา Cherry  Switch สีเขียว มาใช้งาน (สวิตช์ สีเขียว ปกติจะใช้กับ space bar เพราะมันต้องการแรงกดค่อนข้างมาก)

สวิตช์สีเขียว รวมถึง Stabilizer สั่งมาจาก มาจาก Mouser ราคาไม่ได้แพงมาก แต่เจอภาษี เข้าไป ก็คือว่าแพงอยู่  แต่ถ้าคุณจะสั่ง ผมแนะนำว่าให้สั่งจากเวปพวก mechanicalkeyboards หรือ WASD ดีกว่าครับ เพราะ ปัญหาหลักที่ผมเจอตอนสั่งของจาก Mouser ก็คือว่า Mouser ไม่มี Costar Stabilizer มีแต่ Cherry Stabilizer อันนี้มันก็พอแก้ขัดได้ แต่ปัญหาอย่างที่สองเนี่ย ทำเอาปวดหัว นั่นก็คือเราต้องรู้จัก Part No. ครับ อย่างกรณี Cherry MX เนี่ย มันมีเป็น สิบๆ รหัส บางตัวใช้กับ PCB Mount (ไม่ต้องมี plate) ดังนั้นมันมีโอกาสที่เราจะสั่งผิดเยอะมาก  แต่ข้อดีของการสั่งจากเวปขายของ electronic แบบนี้ คือ ราคาถูกครับ อย่างสวิตช์ Cherry นี่ตัวละ 0.5 USD ในขณะที่เวปทั่วไปขาย 1 – 1.5 USD

_DSC0194

ส่วน Plate นั้นสั่งทำในไทย นี่แหละครับ คือมันจะมีร้านพวกทำงาน CNC อลูมิเนียม Laser Cutter ผมก็หาหลายเจ้านะ ถามๆดู ก็มีแต่รับงาน 10 ชิ้น ขึ้นไป หรือบางที่รับงานชิ้นเดียวแต่ราคาแพงมาก หาไปหามาจนกระทั่งเจอร้าน http://www.psstainlessthailand.com เค้าบอก อันเดียวก็รับทำ ผมเลยลอง email ไปถามเค้าดูว่าสั่งอันเดียวทำไหม ราคาเท่าไหร่ ผมต้องหาแผ่นอลูมิเนียมเองไหม เค้าก็บอกว่า รับทำ แผ่นอลูมิเนียมไม่ต้องหาเอง ผมก็เลยสั่งไป และราคาก็ไม่ได้แพงด้วย สรุปคือ ดีงาม (งานอาจจะไม่สวยนัก แต่ใช้ได้)

เมื่อทุกอย่างอยู่ในมือหมดแล้ว ในลำดับขั้นตอนต่อไปก็คือ เอา Switch มาใส่กับ Plate

_DSC0222

เสร็จแล้วก็ประกอบเข้ากับ PCB ใส่เข้าไปให้ตรงรู ที่เค้าเจาะไว้ให้

_DSC0224

เมื่อประกอบ switch ทุกตัวเสร็จ มันก็จะมีหน้าตาประมาณนี้

_DSC0232

ในส่วนด้านหลังก็จะเห็นว่า ช่องต่างๆ ก็จะเต็มพอดี

_DSC0244

จากนั้นก็ทำการบัดกรี และใส่ stabilizer ให้เรียบร้อย

IMG_5379

ในส่วนของ เคส นั้นผมสั่งจาก เวป alibaba express ครับ สั่งมาสองอัน สีขาว กับ ดำ (แต่ตัวที่ผมเอามาใช้กับตัวนี้คือสีขาว)

IMG_8673

คุณภาพของเคส ทีได้มาก็ถือว่า โอเค แต่เค้าไม่มี น๊อตให้นะ ต้องไปซื้อจากร้านขายน๊อต อีกที

และเมื่อประกอบเข้ากับ Keycaps สีเขียว/ขาว แล้วก็จะได้ Keyboard หน้าตาอย่างที่เห็น

IMG_6897

IMG_5401

เอามาเทียบกับ Handwire ที่เคยทำไป ก็เล็กกว่านิดหนึ่ง

IMG_5391

และสุดท้าย ลองมาวัดกับพี่ใหญ่อย่าง  Apple Extend Keyboard II  ซะหน่อย

IMG_7074

สรุป

ปัญหาหลักที่ผมเจอ ก็คือว่า Plate ผมสั่งมามันหนาไป ปกติเค้าใช้ 1.5 mm แต่ผมสั่ง 2 mm.  ด้วยความที่คิดว่าอยากให้มันทนทาน  ผมก็พบว่า มันทำให้ ใส่ stabilizer ลำบาก และไม่ลงตัว กลายเป็นต้องเอากระดาษทราย มาขัดเกลา stabilizer ให้มันบางลง เพื่อที่จะใส่ได้ ดังนั้นแนะนำว่า ควรให้มีความหนาแค่ 1.5 (+/- 0.1) นั่นแหละดีแล้ว

อย่างที่สองก็คือว่า ตัว switch สีเขียวนั้น ใช้งานแรกๆ นี่บอกตรงๆว่า กดเหนื่อยเลย เพราะมันค่อนข้างแข็ง แต่ใช้สักพักจะดีขึ้น แต่ยังไงก็ตาม ผมแนะนำว่า ถ้าเอามาใช้งานแบบพิมพ์งานเป็นหลักใช้สวิตช์สีอื่นเถอะ สีเขียวไม่ค่อย work หรอก เมื่อยนิ้วมาก เว้นแต่ว่าคุณเป็นพวก บ้าพลัง

บางคนถามผมว่า มันถูกกว่าซื้อมาใช้เหรอ หรือว่าดีกว่า  ? บอกตรงๆครับว่า มันแพงกว่า แต่มันมันเป็นของชิ้นเดียวในโลก และคุณปรับแต่งมันเองได้ อยากให้มีสีสันแบบไหน ใช้สวิตช์อะไร มีปุ่มอะไรบ้าง และผมก็สนุกกับมัน ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเพิ่มมากมายครับ

Review Harman/Kardon Aura

เอาละวันนี้ผมจะมารีวิว Harman/Kardon Aura นะครับ เพิ่งได้มาใหม่ๆ เลย คือจริงๆแล้วอาทิตย์ก่อน ผมไป Homepro (สาขาที่ผมไปคือ พระราม 3)  จะไปซื้อน้ำยาทำความสะอาดเครื่องซักผ้า แต่ดันผ่านบูทเครื่องใช้ไฟฟ้า คือบางสาขา Homepro มันมีส่วนขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ เดินไปเห็นป้ายลดราคาลำโพงรุ่นนี้อยู่ 30% ไม่รอช้ารีบเข้าไปดูราคาว่ามันจริงป่าวว่ะ สรุปว่า เออมันลดจริงๆ จาก 15K เหลือ 11K โดยประมาณ สรุปว่าลดไป 4 พันบาท

แต่ก่อนจะซื้อ ผมก็ดูใน net ก่อนนะว่า ราคาจริงๆเค้าขายกันเท่าไหร่ ก็ลอง search ดูเห็นมีในเวป อย่าง jib ก็ขายที่ 15,900 บาท แล้วก็มีใน Lazada ขายแค่ 11,000 เหมือนกัน แต่พอแล้วพอเข้าไปดู มันเป็นคนละรุ่นกัน คือตัว ที่ขายอยู่มันจะเป็น  Aura Studio ซึ่งมันจะตัด พวก airplay ออกไป

จากการหาข้อมูลราคาคร่าวๆ ก็เลยตัดสินใจ ซื้อมา คือจริงๆมันก็มีลำโพงรุ่นอื่นๆเหมือนกันนะ ที่ลดราคา บางตัวซื้อหนึ่งแถมหนึ่งอย่าง JBL (คือลำโพง 4 พันแถมอีกตัวในราคา 2 พันกว่าบาท คุ้มโคตร) แต่ว่าผมสนใจรุ่นนี้เป็นพิเศษ คือส่วนตัวผมไปลองลำโพงตัว 4-5 พัน แล้วเสียงมันงั้นๆ เหมาะกับพกเอาไปเที่ยวมากกว่า เอามาไว้ฟังจริงจัง

มาดูกันเลย กล่องก็หน้าตาแบบนี้ ด้านบนขวา บอกไว้ว่า มันได้ Reddot Design ด้วยนะ (คือมันก็สวยจริงแหละ ถึงได้รางวัล)

aura1

ด้านหลังของกล่องก็ประมาณนี้

aura2

ส่วนด้านบนของกล่องจะเขียนไว้ชัดเจนเลยว่า รุ่นนี้ใช้ได้ทั้ง Airplay / Wifi / Bluetootch / AUX  แต่อย่างที่ผมได้บอกไป ถ้าเป็นรุ่น Aura Studio มันจะไม่มี Airplay แล้ว

aura3

จากนั้นก็เปิดกล่องออกมา

aura4

aura5

ภายในกล่องจะมีสายไฟ Adapter มาให้ พวกสาย Aux 3.5 ไม่แถมนะครับ ถ้าใครอยากจะต่อแบบมีสาย ก็ต้องซื้อสายมาเอง

aura6

และนี่ก็คือโฉมหน้าของ Aura ใสๆ วัยรุ่นชอบ

IMG_8275

ในส่วนด้านหลังจะเห็นว่ามี ช่องเสียบต่างๆ รวมไปถึงช่องต่อไฟ

aura7

เอาไปวางคู่กับ Macbook และ จอ Dell ก็ลงตัวทีเดียว

aura10

ดูใกล้ๆอีกรอบ

aura9

ใส กิ๊ก บาดใจ

สรุปทดสอบโดยรวม

  • จากการใช้งานโดยทั่วๆไป เสียงดีมากๆ เปิดดังสุด ก็ให้เสียงไม่แตก เบสยังนิ่ง เสียงแน่นมาก จริงๆผมแนะนำให้ไปร้าน ไปลองฟังก่อนนนะ ลำโพง เรื่องเสียงนี่แล้วแต่สไตล์ความชอบส่วนตัวเลย แต่โดยรวมตัวนี้ ใครฟัง ก็บอกว่าเสียงดี
  • การลด เพิ่มเสียง เป็นระบบสัมผัส ไม่ต้องกดปุ่ม แค่เอานิ้ว ลูบๆไปตามขอบๆ ก็ลดเสียง เบาเสียงได้แล้ว
  • การเชื่อมต่อ Bluetooth ทำได้ดี
  • การเชื่อมต่อ Airplay ก็ดี แต่บางทีมันกระตุก (ในกรณีที่เครื่องทำงานอย่างอื่น หรือเปิด net โหลดหนักๆ) เข้าใจว่าเป็นเพราะ router wifi ที่ผมใช้มันอาจจะไม่ดีเท่าไหร่ ( ของแถมมากับ AIS Fiber)
  • เสียง Airplay ดีกว่า Bluetooth นิดหนึ่ง เชื่อว่าคนทั่วไป แยกไม่ออก
  • ถ้าต่อ Bluetooth เสียงทุกอย่างมันจะออกที่ลำโพงหมด อย่างเช่นถ้าเปิดฟังเพลงจาก youtube ก็จะได้ยินผ่านลำโพง
  • ถ้าใช้ Airplay จะใช้ได้กับพวก iTune หรือโปรแกรมที่รองรับ Airplay ในกรณีเปิดฟังเพลงผ่าน youtube เสียงจะไปออกที่ mac แทน
  • มี iOS Application ให้ใช้ แต่ผมยังไม่ได้ลอง
  • ถ้าเทียบกับ Bose SoundLink III ผมว่าตัว Bose นั้นเสียงดีกว่าตัวนี้ นิดหนึ่ง และ bose มีขนาดเล็กกว่า แต่ Bose นั้นต่อได้เพียงแค่บลูทูช และไม่มีระบบสัมผัส  และถ้าตั้งเอาไว้ที่บ้าน ผมว่าตัวนี้มันดูสวยงามกว่าเยอะ

สรุปสั้นๆคือ ผมชอบมาก เสียงดี คุ้มราคาเหลือเกิน ไปโฮมโปร แต่ได้ลำโพงเสียงดีมาแทน ส่วนน้ำยงน้ำยาอะไรนั่นเอาไว้ก่อนค่อยไปหาซื้อใหม่

และสำหรับวันนี้ก็เท่านี้ครับ

 

Update เพิ่มเติม 28 / Aug / 2017

พอดีว่า Spotify เพิ่งจะเปิดตัวในไทย ผมเลยลองสมัครใช้งานดู แต่ว่าด้วยข้อจำกัดของ account ฟรี ที่ไม่สามารถเชื่อมต่อลำโพงตัวนี้ .. ผมเลยตัดสินใจ จ่ายเงินแบบ premium ไป เพื่อที่จะฟังเพลงผ่านลำโพงนี้ .. แต่มันทำให้ผมค้นพบความสามารถอีกอย่างของลำโพง ที่ผมเพิ่งจะรู้คือ คือ เราสามารถฟังเพลงจาก spotify แม้ว่าเราจะปิดคอมพิวเตอร์ เพราะมันจะไป stream จาก internet .. อย่าง เมพพพพพ … แต่ว่าเราต้องเชื่อมลำโพงในแบบ air play นะครับ