เล่าเรื่องชีวิตนักเรียนไทยในสวีเดน ตอนที่ 4: มหาวิทยาลัย KTH

ในสวีเดน มีมหาวิทยาลัยดังหลายแห่งมาก เช่น Lund , KTH , Chalmer , Karolinska Institute , Stockholm University , Stockholm Economic School แต่ละที่ก็จะเก่งแต่ละด้านไป ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องด้าน Technology ก็คงหนีไม่พ้น มหาวิทยาลัย Chalmer University ที่อยู่เมือง Gothenburg (คนสวีเดนเรียก เยิตเตอบอย ) และ KTH ที่อยู่ในกรุงสตอกโฮล์ม

ที่ผมเลือกเรียน KTH ก็เพราะด้วยเหตุผล สามอย่างคือ

1. อยู่ในเมืองหลวง

การที่มหาวิทยาลัยอยู่ในเมืองหลวง มันก็มีข้อดีหลายอย่างคือ ที่เห็นได้ชัดคือ มันสะดวกสบาย เพราะด้วยความที่มันเป็นเมืองหลวง อะไรก็จะดูเจริญกว่าเมืองอื่น มีรถไฟใต้ดิน รถเมล์ที่สุดแสนจะสบายและตรงเวลามาก และสิ่งที่สำคัญมาก สำหรับการใช้ชีวิตของผมคือ อาหารไทย และ เครื่องปรุงไทยๆ มันหาง่ายมากๆ  ถ้าไปอยู่เมืองอื่นๆ การจะหาวัตถุดิบไทยๆ จะลำบากมาก ซึ่งเดี๋ยวผมจะเขียนการใช้ชีวิตในสตอกโฮล์มอย่างละเอียดวันหลัง อย่างที่สองคือนักเรียนไทยเยอะ และเวลาสถานทูตไทยเค้าจัดงานอะไร นักเรียนที่นี่ก็จะได้รับเชิญ เข้าไปร่วมงานเสมอๆ (พูดอีกอย่างว่า ได้กินฟรี บ่อยนั่นแหละ 555 ) ส่วนข้อเสีย สุดๆของการอยู่เมืองหลวงคือ แพงงงงงง อะไรๆก็แพง เงิน 9000 sek ต่อเดือน นี่ต้องใช้ประหยัดพอสมควร จะไปปาตี้ เมาบ่อยๆ ก็ไม่ไหว แม้ว่าจะมีผับราคาไม่แพงอยู่บ้าง แต่มันก็แพงกว่า เมืองอื่นอยู่ดี เช่นอย่างที่มหาวิทยาลัย Lund มี Nation ค่าเครื่องดื่มถูกมาก แต่ที่สตอกโฮล์ม ไม่มีอะไรแบบนั้นเลย แพงแทบจะทุกอย่าง

2. มหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง

KTH ชื่อเต็มภาษาสวีเดนคือ Kungliga Tekniska högskolan หรือพูดอีกอย่างว่า The Royal Institute of Technology  ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1827 และเค้าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมาก ทางด้านวิศวกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และยังเป็นมหาวิทยาลัยแนวหน้าของโลก ทาง  Energy , Environment, Sustainable (ถึงขนาดที่ว่า โอบามา มาเยี่ยมสวีเดน ก็มาดูงานวิจัยพลังงานที่ KTH) และที่มหาวิทยาลัยนี้มีนักเรียนต่างชาติมาเรียนที่นี่เยอะมาก เราก็จะได้เพื่อนใหม่ชาวต่างชาติเยอะ ทั้งจากชาติยุโรป, แอฟริกา , เอเชีย และอเมริกาใต้

3. สาขาที่เรียน ( ผมเรียน Embedded System )

ความตั้งแรกของผมจริงคืออยากเรียน Distribute Software Engineering แต่ว่าสมัครเรียนไปหลายที แล้วมันไม่ได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะว่า ประสบการณ์ตอนนั้น มันไม่ค่อยมีและเขียนจุดประสงค์ไม่ชัดเจน เค้าเลยไม่รับเข้าเรียน ต่อมาได้เขียนพวก mobile app และก็รู้สึกว่าอยากจะรู้พวก hardware และอะไรที่มันเกี่ยวกับ electronic เพิ่มเติมบ้าง ก็เลยสมัครเลย สุดท้ายก็ได้เรียนสาขา Embedded System และคนก็มักจะเข้าใจว่า อ๋อออ เรียนเขียนหุ่นยนต์เหรอ ซึ่งอันที่จริงแล้ว มันเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน  พูดสั้นๆก็คือ คอมพิวเตอร์ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก เช่น ระบบควบคุมในรถยนต์ สาขาที่ผมเลือกเรียนนี้มันก็มีสอนใน KTH นี่แหละ อันที่จริง Embedded System ก็มีเรียนที่มหาวิทยาลัยอื่นอย่าง Chalmer แต่ว่า ที่ KTH นี้มันได้เปรียบอย่างหนึ่งตรงที่ มี Campus ที่ Kista ซึ่งเปรียบเสมือน Silicon Valley ของสวีเดน ดังนั้นแล้วการเรียนที่นี่ ก็จะมีพวกงานสัมนา technology ให้เข้าร่วมบ่อยมาก  และมีโอกาสได้ร่วมงานกับบริษัทชั้นนำของที่นี่

Admitted Student

หลังจากที่ทราบว่าเค้ารับเข้าเรียนแล้ว  ทาง KTH เค้าก็จะส่งพวกหนังสือแนะนำสำหรับนักเรียนใหม่มาให้

547935_10151122670019479_2536155_n

ในกล่องก็จะมี ปฎิทินตั้งโต๊ะสวยๆ , ปากกา และ เอกสารแนะนำมหาวิทยาลัย รวมไปถึงหนังสือแนะนำการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย ซึ่งจะมีประโยชน์มาก เพราะในนั้นมันจะบอกรายละเอียดคร่าวๆ เช่น ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยต่อเดือน เพื่อให้เราได้เตรียมมาถูก หรือ สถานที่ต่างๆว่าตรงไหนคืออะไร คำแนะนำในการหาอพาร์ทเม้น

Prepare for study at KTH

เท่าที่ได้อ่านจากคู่มือนักเรียนใหม่ เราก็จะทราบข้อมูลเบื้องต้นและสิ่งที่ควรจะต้องเตรียมก่อนการไปเรียน ซึ่งผมคงให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่จะไปเรียนไว้อยู่ไม่กี่อย่างคือ

  • รีบหาอพาร์ทเม้นท์
  • เสื้อกันหนาว ไม่ต้องเอาไปเยอะ เพราะเสื้อกันหนาวจากเมืองไทย ไม่อาจจะทนต่อความหนาวของที่นี่ได้ ต้องซื้อใส่ใหม่อยู่ดี และแนะนำให้ซื้อของดีๆ อย่างเสื้อกันหนาวพวกขนห่านใส่ไปเลย เพราะได้ใช้บ่อยมาก
  • เตรียมเงินมาให้พอใช้ โดยเฉพาะในสองเดือนแรก จะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เพราะต้องซื้อของเข้าหอพักเยอะ
  • อุปกรณ์ electronic อย่าง notebook , กล้องถ่ายรูป, โทรศัพท์มือถือ ซื้อมาจากไทยเลย เพราะที่นี่แพง ( แต่ไม่ต้องเอาหม้อหุงข้าวมา ซื้อเอาที่นี่ราคาไม่ต่างกัน )

First day at Main Campus

วันแรกที่ลงเครื่อง สิ่งแรกที่ผมต้องทำก็คือ ลากกระเป๋าใบใหญ่ๆไปที่ Main Campus ก่อนเลย เพราะว่าต้องเข้าไปเอากุญแจอพาร์ทเม้นท์ ที่ต้องไปเอากุญแจที่นั่นก็เพราะว่า เนื่องจากว่าเป็นนักเรียนทุน ทางมหาวิทยาลัย เลยให้สิทธิในการจองห้องพัก ซึ่งปกติแล้วจะต้องหาห้องพักเอง อย่างนักเรียนชาติอื่นๆ ต้องหาห้องพักเอง บางคนวันเปิดเรียนยังหาที่พักไม่ได้ก็มี ต้องเช่า hostel นอนก็มี ในกรณีที่ต้องหาห้องพักเอง ผมแนะนำว่าหลังจากสอบติดแล้ว ควรจะเข้าคิวจองห้องพักตั้งแต่แรกๆ ครับซึ่งสามารจองได้ที่ https://www.sssb.se และอย่าหลงเชื่อพวกโฆษณาที่พักในเวป blocket.se เพราะหลายคนโดนต้มตุ๋น โดยการหลอกให้โอนเงินให้ก่อน ( อันที่จริงคนสวีเดนเค้าไม่โกงนะ แต่พวกที่โกงๆเนี่ย ก็เป็นพวกต่างชาติที่อาศัยในสวีเดนทั้งนั้น ) หรือสอบถาม กลุ่มนักเรียนไทยในสวีเดนทาง facebook ก็ได้ มีหลายกลุ่ม

KTH_Main_Campus

หลังจากที่มาถึงสวีเดน สิ่งที่นักเรียนใหม่จะต้องทำก็คือปฐมนิเทศ ซึ่งก็ไม่ได้บังคับให้เข้า แต่ว่าการเข้าไปปฐมนิเทศ มันก็ช่วยให้เรามีเพื่อนใหม่ รวมไปถึงรู้จักสถานที่ต่างๆในมหาวิทยาลัย รวมไปถึงแนะนำชมรมต่างๆของมหาวิทยาลัย

IMG_1222

IMG_1230

ในช่วงของสัปดาห์แรกที่มาถึง มันจะเป็นช่วงเดียวกันกับที่นักเรียน ป.ตรี ได้เปิดเรียน และเราก็จะเห็นกิจกรรมคล้ายๆกับรับน้องใหม่ ของสวีเดน ซึ่งที่มหาวิทยาลัย KTH นั้นก็จะมีนักเรียนรุ่นพี่ประมาณแนวๆ ว๊ากเกอร์ เหมือนกัน

IMG_1219

อันที่จริงจะบอกว่า ว๊ากเกอร์ก็ไม่ถูกนัก เพราะไม่ได้บังคับเชียร์ หรือต้องมาทำตามที่รุ่นพี่สั่งอะไรแบบนั้น แต่จะเน้นไปทางสร้างสรรค์ แฟนซี และ cool มากกว่า อย่างกลุ่มนี้ ก็เอาโต๊ะมาวางกลางถนนโรงเรียนแล้ว ก็กินกันตรงนั้นเลย

IMG_1215

หรือ บางทีก็จะเห็น กลุ่มนักเรียน Vehicle Engineering แล้วก็ขับรถเก่าๆ ที่ทำสี และเต็มไปด้วยสติกเกอร์ เปิดเพลงวิ่งวนรอบมหาวิทยาลัย

และก็จะได้เห็นนักเรียน ใส่ Student Boilersuit และเต็มไปด้วยป้ายต่างๆ ซึ่งป้ายแต่ละอันที่ได้มานั้น จะได้มาจาก การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ชุมนุมต่างๆ ของนักเรียนได้ที่จัดขึ้น เช่น อาจจะเข้าผับกินเหล้าครบ 10 ครั้งได้ป้าย 1 อัน หรือเข้าชมรม หรือทำงานอาสาสมัครอะไรก็ว่ากันไป แล้วแต่ว่าใครจัด และใครมีป้ายมาก ก็แสดงว่าเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆเยอะ เค้าก็จะเอาไปติดชุด สรุปคือ มันดู Cool นั่นแหละ เพราะที่นี่เรียนอย่างเดียวมันไม่ Cool มันต้องเข้าร่วมทำกิจกรรม ( ผมเข้าใจว่าชุดนี้มีแต่นักเรียน ป.ตรี ไม่เห็น ป.โท ได้ชุดแบบนี้เลย)

IMG_1223

KTH Facilities

สถานที่ต่างของ KTH ที่น่าสนใจก็ได้แก่

Nimble

สิ่งหนึ่งที่น่าประหลาดใจมากของที่นี่ก็คือมีผับในมหาวิทยาลัย อย่างของ KTH ก็จะมีตึกที่เรียกว่า Nimble เหมือนกับตึกกิจการนักศีกษาอะไรทำนองนั้น และในตอนกลางคืน ก็จะกลายเป็นผับ และมี DJ มาเปิดเพลง พร้อมกับขายแอลกกอล์ ในบางอาทิตย์อาจจะขายคูปองเบียร์นั่งกินทั้งคืนก็มี อย่างตอนที่ผมไปนี่คือกลางวันก็เปิดขายกันละ (ยังไม่เปิดเรียน)

nimble

KTH Hallen

ถ้าตรงกันข้ามกับกินเหล้า ก็คงจะเป็นการออกกำลังกาย ซึ่ง KTH ก็มียิมให้ออกกำลังกาย เช่นกัน

kth_hallan

เมื่อพูดถึงเรื่องออกกำลังกายแล้ว ผมแนะนำว่าควรจะหาเวลาไปดู ice hockey สักครั้ง เพราะมันสนุกมาก และแน่นอน KTH ก็มีทีม Hockey ของมหาวิทยาลัย

Bibliotek

ห้องสมุดของ KTH นี่ก็ตั้งอยู่กลางมหาวิทยาลัย ภายในก็มี Cafe เล็กๆ ไว้จิบกาแฟ

bilo bilotek

Resturant

อันที่จริงในมหาวิทยาลัยมีร้านอาหาร หลายร้าน แต่ร้านที่เป็นที่นิยมที่สุด ก็คือ Resturant Q อาจจะเป็นเพราะมันใกล้และรสชาติอาหารก็ดีด้วยมั้ง

q

 Class room

ห้องเรียนที่นี่มีเยอะมาก แล้วแต่ว่าจะเรียนวิชาอะไร แต่แทบจะทุกตึกจะมีห้องเรียนรวมใหญ่ๆ มากกว่าหนึ่งห้องเสมอ และจะมีจอโปรเจคเตอร์หลายๆจอ หรืออาจจะเป็นกระดานดำหลายๆอัน เพื่อให้นักเรียนนั้นมองเห็นทั่วๆกัน

class2

class_1

Labs

ห้อง Lab ของมหาวิทยาลัย มีเยอะมาก แล้วแต่สาขาวิชา อย่างในกรณีของผมนั้นเรียน Embedded System ซึ่งจะไม่มีห้อง Lab Computer หรือพวก Embedded Lab เพราะว่า การบ้านหรืองานที่อาจารย์ให้มาทำได้จาก notebook ของนักเรียนอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามในบางวิชาต้องใช้อุปกรณ์พิเศษบางอย่าง ก็จะมี Lab เฉพาะทางให้ใช้ อย่างเรียนวิชา Interactive ก็จะได้ใช้ห้อง Lab ที่ทำเกี่ยวกับด้าน media และ interactive อย่างในรูปด้านล่างคือ จอภาพขนาดใหญ่ และมี Kinect ต่อไว้ด้านหน้าของจอภาพ

lab1

หรือช่วงที่ผมทำเกี่ยวกับอุปกรณ์วัดค่าแบตเตอรี่รถยนต์ ก็จะได้เข้าไปใช้ห้อง Transport Lab

transport

หรือถ้าอยากทำ แผงวงจร ทำงานตัดโลหะก็มีพวกเครื่อง drilling machine , CNC หรือจะบักกรีต่างๆ ก็มีห้อง Lab ให้เข้าไปใช้ได้ รวมไปถึง 3D Printer ก็มีให้ใช้  และอุปกรณ์ต่างๆก็ใช้ฟรี เรียกได้ว่าครบวงจร

lab2

ห้อง Lab ของมหาวิทยาลัยนั้นเรียกได้ว่าจัดเต็มมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะรัฐบาลให้เงินสนับสนุนมหาวิทยาลัยในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก มันก็เลยเป็นส่วนทำให้มหาวิทยาลัยมีห้องแลปดีๆ ให้นักเรียนได้ใช้ กัน

Student Activity

กิจกรรมของนักเรียนที่นี่มีเยอะมาก และมีชุมนุมต่างๆมากมายให้เข้าร่วม เช่น KTH Racing ในแต่ละปีก็ สร้างรถประหยัดพลังงาน ไปแข่งกับมหาวิทยาลัยอื่น หรือกิจกรรมอย่างอื่น เช่น แข่งขันกีฬา

hockey

หรือแม้กระทั่งเกมส์ ก็มีให้เข้าร่วม มากมาย

lan

KTH Campus.

นอกจาก Main Campus แล้ว KTH ยังมีแคมปัสอื่นอีก คือ KTH Haninge ซึ่งส่วนมากจะมีนักเรียนสายสถาปัตกรรม และสิ่งแวดล้อมมาเรียน  ส่วนแคมปัส KTH Flemingsberg ก็จะเป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับแพทย์ เช่น Medical Engineering เป็นต้น และสุดท้ายคือ KTH Kista

kista

ซึ่งเป็นที่ตั้งของภาควิชา ICT ทั้งหมด รวมไปถึงสาขาวิชาของก็อยู่ผมนั้นอยู่นั่นเช่นกัน และในคราวหน้า ผมจะเขียนต่อถึง KTH Kista

 

3 thoughts on “เล่าเรื่องชีวิตนักเรียนไทยในสวีเดน ตอนที่ 4: มหาวิทยาลัย KTH”

  1. สวัสดีค่ะ จะไปทำงานวิจัยป.เอกที่ KTH เป็นเวลา 1 ปี ยังไม่มีที่พักเลย ก็เลยไม่รู้ว่าจะใส่ที่พักตอนขอวีซ่ายังไง จะใช้ที่อยู่ของ department เลยได้มั๊ยค่ะ

  2. สวัสดีค่ะ พอดีผ่านมาเจอบทความเกี่ยวกับการเรียนต่อป.โทที่สวีเดนแล้วสนใจมาก ตอนนี้กำลังจะเรียนจบปี 4 คณะ ICT ตั้งใจว่าจะทำงานก่อนค่อยเรียนต่อ อยากทราบว่าหากไม่ถนัดทางด้าน coding แต่สนใจด้าน UI/UX design ควรเรียนสาขาไหน และ KTH ตอบโจทย์มั้ยคะ ปล. ถ้าไม่รบกวนเกินไปอยากให้อัพต่ออีกค่ะ เขียนดีมากๆเลย

    1. เรื่องมหาลัยหรือสาขาที่เรียน ทางด้าน ux/ui ผมไม่ได้จบมาทางนี้ ตอบให้ไม่ได้จริงๆครับ

Leave a Reply