XCode Video Tutorial

ก็วันนี้ผม upload tutorial เกี่ยวกับการใช้งาน xcode ในเบื้องต้นสำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้ ก็ไม่รู้ว่าไฟล์มันใหญ่ไปหรือเปล่า ก็ลองดูกันก่อนละกัน หลังๆจากนี้จะพยายามทำเป็น vdo เลยอาจจะง่ายกว่าก็ได้

[flv]http://www.macfeteria.com/wp-content/uploads/2008/07/xcode.flv[/flv]

ในอาทิตย์หน้า น่าจะเข้าสู่ cocoa ได้แล้วน่ะ ถ้าผมไม่ติดงานอะไรเร่งด่วน

ปล. มีคำถาม คำแนะนำ ติชม ก็บอกได้น่ะครับ อยากให้เพิ่มอะไร
ถ้าอยากดูชัดๆก็ download แบบ .mov ไปดูก็ได้น่ะครับ ขอไว้อีกอย่างว่ากรุณาอย่านำไฟล์ไปลง youtube น่ะครับ

XCode Tutorial ( 640×480 , 17 Mb. )

iPhone Programming – Road map

บทความนี้นานแล้วครับไปอ่านที่ผมเขียนไว้ใหม่ดีกว่าครับ

http://www.macfeteria.com/blog/2011/06/06/ios-roadmap-again

 

ฉบับปรับปรุง 25 Sep 09

หลังจากที่คิดอยู่นานว่าจะเริ่มอย่างไรดีกับ iPhone SDK และผมคิดว่ามีหลายๆคนอยากจะเขียนโปรแกรมสำหรับ iPhone แต่ยังไม่รู้เลยว่า มันจะเขียนยังไง สำหรับบทความนี้ เป้าหมายหลักของผมคืออธิบายภาพรวมของการเขียนโปรแกรมบน iPhone ให้เข้าใจกันเบื้องต้นว่า ก่อนที่คุณจะเขียนโปรแกรมบน iPhone นั้นสิ่งที่ต้องรู้เบื้องต้นคืออะไร

Language

การเขียนโปรแกรมบน iPhone นั้นแบ่งภาษาที่ใช้ในการเขียนหลักๆเป็น 3 ภาษา ( จริงๆมีอีกภาษาคือ objective-c++)

  • Objective C
  • C
  • C#

ภาษาอื่นๆหมดสิทธ์ อาจจะมีภาษาอื่นในอนาคต อย่างกรณีภาษา C# ทาง Apple ไม่ได้สนับสนุนโดยตรงแต่เกิดขึ้นมาจาก Mono-Project ถ้าหากเขียน java หรือ Visual Basic มาก่อน ก็คงต้องเลือกเอาละครับว่า ต้องเรียนรู้ภาษาใดภาษาหนึ่งเพิ่มเติมแน่นอน

แนะนำข้อดีของแต่ละอันดีกว่าว่ามันมีดีต่างกันยังไง

ภาษา C

ข้อดีของภาษา C ที่ผมเห็นว่ามันดีที่สุดคือ  การหาหนังสือเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมภาษา C ง่ายมาก หนังสือภาษาไทยก็มี เดินเข้าร้านหนังสือก็เจอแล้ว ( แต่ไม่ค่อยมีหนังสือภาษาไทยที่ลงลึกการเขียนโปรแกรมด้วย C สักเท่าไหร่ ) และไม่ใช่แค่หนังสือแต่รวมไปถึง source code, library, tutorial และมี community ที่ใหญ่มาก และมันเป็นภาษาที่นิยมแพร่หลายและเก่าแก่ และในปัจจุบันก็ยังนิยมใช้อยู่

ข้อเสียที่ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องของ การเขียนโปรแกรมด้วยภาษา C ให้ได้ดีนั้นค่อนข้างยาก ไม่ใช่ว่าภาษามันไม่ดี แต่เป็นเพราะว่าตัวภาษามันค่อนข้างจะมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะ กว่าจะเก่งใช้เวลาเรียนรู้นาน แต่ด้วยความสามารถของตัวภาษา มันสามารถลงลึกถึงขั้นจัดการหน่วยความจำหรือแม้กระทั่งตัว hardware โดยตรงได้ และนี่ก็เป็นดาบสองคม เพราะถ้าเขียนโปรแกรมให้มันจัดการหน่วยความจำไม่ดี โปรแกรมเราก็ทำงานได้ประสิทธิภาพที่แย่มากๆ และหนำซ้ำอาจจะไปทำให้ระบบรวนอีก ( สำหรับภาษา java หรืออื่นๆนั้น แทบจะไม่ต้องไปทำเขียนอะไรเกี่ยวกับหน่วยความจำเลย เพราะมันมี Garbage collector เอาไว้จัดการหน่วยความจำให้เรียบร้อย )

จริงๆแล้วการเขียนโปรแกรมด้วย ภาษา C นั้นจำเป็นต้องเพิ่งภาษา  Objective-C อยู่ดีเพราะเราต้องอาศัย interface builder แต่อย่างที่ผมบอกไว้ว่า Library ของภาษา C นั้นมีเยอะมาก เราสามารถนำ Library ของภาษาที่มีอยู่แล้วนำมาใช้ร่วมกันกับ ภาษา Objective-C ได้อย่างไม่มีปัญหา

สำหรับโปรแกรมที่ใช้ภาษา C เป็นหลักก็จำพวก Game ครับ

ภาษา Objective-C

ข้อดีของมันคือ ภาษา objective-c มันค่อนข้างเรียนรู้ง่าย ไม่ซับซ้อน ( เค้าบอกว่ามันเป็นเหมือนภาษา C ผสมกับ smalltalk ) และมี Framework, Library ให้ใช้เยอะมาก ภาษามีความยืนหยุ่นสูง และเนื่องจากว่ามันเป็น small super set of C นั่นก็แปลว่า เราสามารถใช้ lib หรือ code ของ C ได้ ( ไม่ใช่ C++ น่ะ ) และตัวภาษายังอนุญาติให้เราเข้าไปจัดการหน่วยความจำได้เหมือนกัน แต่ก็ไม่ยืดหยุ่นมากเท่ากับ c และมันยังมี Garbage Collector ในกรณีที่ไม่ต้องการจัดการหน่วยความจำเอง (แต่ในกรณีของ iPhone Garbage Collector จะไม่สามารถใช้ได้) และข้อดีที่สุดคือ การเขียน application บน iPhone นั้น ถ้าเขียนด้วยภาษา objective-c คือมันมี interface builder ทำให้เราออกแบบ User Interface ได้อย่างง่ายดาย

ข้อเสียคือ หนังสือให้อ่านน้อยมาก *** ย้ำว่าน้อยมาก *** หนังสือภาษาไทยตอนนี้เท่าที่เห็นมีเล่มเดียวคือ iPhone Programming Cook Book และจำนวนแหล่งความรู้เพิ่มเติมของ Objective-C นี้ก็น้อยมาก ติดปัญหาก็ไม่รู้จะไปหาคำตอบได้ที่ไหน อย่างเวปของไทย ที่เกี่ยวกับ Objective-C ก็น้อยมากๆ เทียบกับ .net หรือ java ก็คนละเรื่องเลย ( บางคนอาจะไม่เคยได้ยินชื่อภาษา Objective-C มาก่อนด้วยซ้ำไป ) จากสิ่งนี้ทำให้ การหา source , tutorial นั้นยากตามไปด้วย ต้องหาคำตอบหรือความรู้เพิ่มจากเวปของต่างประเทศค่อนข้างเยอะ คนไม่เก่งภาษาอังกฤษ ก็ลำบากหน่อย

ภาษา C#

ในความคิดส่วนตัวของผมคิดว่า C# เป็นภาษาที่ควรจะพิจารณาเป็นลำดับสุดท้าย เพราะเนื่องด้วยว่า Apple ไม่ได้สนับสนุนโดยตรง และการเขียน iPhone ด้วย C# นั้นต้องการ IDE ของ mono-project ซึ่งต้องซื้อเพิ่มเติม ราคาก็บาทอยู่เหมือนกัน ที่สำคัญครับยังต้องเขียนบน mac และอาศัย iPhone SDK อยู่ดี เหมาะสำหรับ โปรแกรมที่มีอยู่แล้วใน platform อื่นที่เขียนเป็น C# อยู่แล้วมากกว่า ถ้าใครสนใจจริงๆ ก็ไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่่ http://monotouch.net/

ส่วนเรื่องอื่นๆในรายละเอียดของภาษาว่าแตกต่างกันอย่างไรในแบบลึกๆ ลองไปดูเพิ่มเติมได้ที่

http://en.wikipedia.org/wiki/Comparison_of_programming_languages

แล้วควรจะเลือกภาษาใด ?

จากประสบการณ์ของผมขอแนะนำให้ศึกษา ภาษา Objective-C เป็นภาษาหลักส่วนภาษาอื่นๆเป็นภาษารอง

Framework

apple ได้ออกแบบ Framework มาเป็น 2 อย่างคือ

  • Cocoa
  • Carbon

สองอย่างนี้ มันสามารถทำงานร่วมกันได้ในบางส่วน แต่โดยปกติแล้วจะแยกจากกัน สำหรับการเขียนโปรแกรมบน Mac นั้น ถ้าเขียนโปรแกรมด้วยภาษา objective-c นั้นเราจะใช้ Cocoa ส่วน C/C++ นั้นจะใช้ Carbon ดังนั้นถ้าหากเลือกได้ว่าจะเขียน ด้วยภาษาใดแล้วมันก็เหมือนเป็นการบังคับไปเลยว่า เราต้องใช้ Framework แบบไหน แต่ข้อดีของมันก็คือว่า ทั้ง Cocoa และ Carbon ออกแบบมาใกล้เคียงกันมาก ยกตัวอย่าง NSView ( เป็นคลาสหนึ่งใน Cocoa ) ในส่วนของ Carbon ก็จะมีคลาสที่คล้ายๆกันคือ HIView และมี method ที่คล้ายๆกันอีกต่างหาก ( แต่ concept การทำงานบางอย่างมันจะไม่เหมือนกันซะทีเดียว )

แต่สำหรับ iPhone แล้ว Apple ได้ออกแบบ Framwork ใหม่ที่มีชื่อว่า

  • Cocoa Touch

ซึ่งเป็น Framework ที่ออกแบบมาเหมือนกับ Cocoa แต่มีขนาดเล็กกว่า ฉนั้นแล้วการเขียนโปรแกรมด้วย iPhone นั้นก็ต้องใช้ Cocoa Touch ครับ เว้นแต่ว่าจะเขียนโปรแกรมจำพวก Game อาจจะไม่จำเป็นต้องศึกษาให้ลึกซึ้งมากนัก

Tools

เครื่องมือที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมสำหรับ iPhone นั้นมีสองอย่างคือ XCode และ monotouch สำหรับ C# ในส่วนของ Development Tool  ของ Apple เองนั้นจะประกอบไปด้วยส่วนย่อยๆอีก หลายอัน เช่น Simulator , Instrument

Xcode นั้นเป็นโปรแกรมที่แถมมาฟรีกับ Mac OSX โดยปกติจะอยู่ในแผ่นที่แถมมาตอนซื้อเครื่องในแผ่นที่ 2 ถ้าไม่มีก็โหลดได้จากเวปของ apple แต่ต้องสมัครเป็นสมาชิก adc member ก่อน และในตอนนี้ XCode ก็ออกมาเป็น version 3.1 แล้ว ถ้าหากเป็น Snow Leopard ก็จะเป็น 3.2

Ready ?

หลังจากรู้คร่าวๆไปแล้ว ว่าการที่เราจะเขียนโปรแกรมบน iPhone นั้นมีขั้นตอน และต้องรู้อะไรมาบ้าง แน่นอนว่าบางคนอาจจะต้องเรียนรู้ทุกอย่างใหม่หมด ตั้งแต่ ภาษา เครื่องมือ ในการเขียนโปรแกรม แต่อย่าไปกลัว เมื่อก่อนผมเองก็ยังไม่เคยเขียนโปรแกรมบน mac มาก่อนเลย ก็ยังอ่านและทดลองเองหมด ฉนั้นไม่ยากเกินความสามารถแน่ๆ

สรุปว่า ถ้าอยากเขียนโปรแกรมบน iPhone สิ่งที่จะต้องรู้ก็คือ

  • ภาษา c หรือ objective-c หรือ C# ( แต่ผมไม่แนะนำ )
  • Cocoa Touch
  • XCode
  • Interface Builder

ครั้งหน้าเราจะมาเริ่มเขียนโปรแกรมกันครับ

Starting XCode

Post นี้เก่ามากแล้วครับ ดู XCode 4 ดีกว่าครับ

http://www.macfeteria.com/blog/2012/08/03/xcode-4-basic/

Xcode

คือเครื่องมือ ( IDE ) ในการเขียนโปรแกรมบน mac ความเป็นจริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องใช้ xcode เขียนโปรแกรมก็ได้ ใช้ text editor ธรรมดาก็ได้ แต่มันไม่สะดวกเท่ากับการใช้เครื่องมือ ถ้าจะเปรียบเทียบก็เหมือนกับการใช้ Visual Studio เขียนโปรแกรมบน Windows นั่นเหละ สำหรับผมแล้ว xcode นั้นเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการเขียนโปรแกรมบน mac เพราะมันรวมแทบจะทุกอย่างไว้ในตัวมันเอง ตั้งแต่ text editor , debugger , source control , document และอื่น โดยปกติแล้ว xcode จะไม่ได้ติดตั้งมาพร้อมกับ mac osx แต่มันจะมีมาให้อยู่ในแผ่น dvd/cd ที่แถมมาตอนซื้อเครื่อง ( ปกติจะมี 2 cd/dvd แล้วมันจะอยู่ในแผ่นที่ 2 ) ถ้าไม่มีติดตั้งมาในเครื่องก็ติดตั้งให้เรียบร้อย หรือถ้าใครไม่มีแผ่น ที่ว่าก็โหลดได้ที่เวปของ apple เอง

สำหรับ post นี้ก็เป็น basic guide ในการใช้งานเบื้องต้นก่อนละกันว่า มันใช้งานยังไง หลังจากที่เราติดตั้ง xcode ลงไปในเครื่องแล้ว เราจะได้ directory ที่มีชื่อว่า developer เพิ่มขึ้นมา ถ้าเข้าไปดูก็น่าจะเห็นประมาณในภาพ

Finder Screenshot

และใน developer นี้จะมีทั้ง document และ sample code รวมมาให้ด้วย

หลังจากติดตั้งแล้วก็มาลองใช้งานกันเลยดีกว่า
เมื่อเริ่มเปิดโปรแกรม แล้วให้สร้างโปรเจคใหม่ขึ้นมา โดยเลือกจาก menu File/New Project หลังจากนั้นก็จะเห็นหน้าต่างเปิดขึ้นมาว่า โปรเจคที่เราต้องการจะสร้างนั้นคืออะไร ก็ในรูปจะมีโปรเจคหลายๆแบบ ตั้งแต่ iphone , cocoa , carbon , ruby และอื่นๆมากมาย

New Project Screenshot

*** ถ้าใครอยากลองเขียนโปรแกรม แบบที่ผมเขียนเป็น tutorial ก็ต้องสร้างโปรเจค แบบ Command Line Utility แล้วก็เลือก Foundation Tool

หลังจากนั้นก็เลือกที่จะเซฟ เสร็จแล้วจะเห็น window หน้าตาประมาณนี้

Space Screenshot

ในแต่ละส่วนนั้นจะแยกเป็นหลักๆ 4 ส่วนคือ

  1. เป็นส่วนของ รายละเอียดของโปรเจค ว่ามีไฟล์อะไร บ้าง มี Framework ตัวไหนที่เราใช้ และอื่นๆ
  2. เป็นส่วนที่เราใช้ในการเขียน code หรือเรียกว่า editor
  3. หลังจากเขียนเสร็จ เราก็สารมารถทดสอบโปรแกรมของเราได้โดยการ build (ถ้ากด build มันจะทำการ build อย่างเดียวไม่มีการ run) และ Build and Go ( ตรงนี้หลังจาก build เสร็จมันจะ run โปรแกรมให้ด้วย หรือเราอาจจะเลือก run เองได้จาก menu )
  4. ตรงส่วนนี้เป็นการบอกว่าเราจะ compile เป็นแบบ debug หรือว่า release หรือว่าอาจจะเป็น custom build เองก็ได้ และมันจะบอกว่า target ที่เราจะ compile ( ในกรณีที่มีหลาย target )

** ในส่วนที่ 2 ถ้าเรา click ตรงหน้าบรรทัดของ editor จะมีสัญลักษณ์ ลูกศรสีฟ้าขึ้นมา มันคือ break point นั่นเอง ***

แล้วเราก็ลองทำการ Build and Go เล่นๆกัน ถ้าหากมี break point อยู่ก็จะเห็นว่า โปรแกรมเรา ทำงานมาถึงบรรทัดไหน ก็จะเห็นดังรูป

Debug screen shot

สังเกตว่า จะเห็น ส่วนปุ่มต่างๆเพิ่มเข้ามาใน editor ซึ่งจะประกอบไปด้วยส่วนต่างๆดังนี้คือ

  • Break point
  • Current Thread ( ในการณีที่เรามีหลาย thread เราสามารถเปลี่ยน thread ในการ debug ได้ )
  • Step ประกอบไปด้วยส่วนย่อยๆอีก ก็คือ continues / over / into / out
  • รูปสเปรย์ คือ debugger ถ้ากดเข้าไปแล้วจะเห็น หน้าต่าง debugger ดังรูปข้างล่าง
  • debug console ตรงนี้เป็นหน้าต่าง console ของโปรแกรม คือเวลาเราใช้ คำสั่งพวก NSLog มันจะแสดงผลมายัง debug console นั่นเอง

Debugger Screenshot

( Debugger window)

ในหน้าต่าง debugger นี้เราสามารถดูค่าของตัวแปร ได้จากฝั่งทางด้านขวามือ และปุ่มต่างๆด้านบนนั้นก็จะมีคล้ายๆกับที่อธิบายไปแล้วนั่นคือ step ต่างๆ แล้วก็มี Deactivate /Active เอาไว้เพื่อทำการใช้หรือไม่ใช้ debugger และ stop เพื่อหยุดการทำงานของโปรแกรม

Debug Console Screenshot

( Console window )

หน้าต่างนี้เป็นส่วนที่ output ที่เราเขียนออก console จะมาโผล่ หน้าต่างนี้ ( คำสั่งจำพวก printf , std::cout , NSLog ) ในส่วนของกรอบสี แดง ที่ทำไว้คือ ผลลัพธ์ของ การ run โปรแกรม จากตัวอย่าง ก็จะเห็นว่า มี Hello, World ! ออกมา

apple เองมี manual การใช้งาน xcode

http://developer.apple.com/documentation/DeveloperTools/Conceptual/XcodeUserGuide/Contents/Resources/en.lproj/00_00_intro/chapter_1_section_1.html

ก็ละเอียดเหมือนกัน ลองเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ครับ มีประโยชน์มากทีเดียว

ปล. Xcode ที่ใช้เป็นตัวอย่างนี้คือ Xcode 3.1 และใช้งานบน Leopard ถ้าใครใช้ tiger อาจจะหน้าตาไม่เหมือนกัน หรือว่าใช้ xcode version 2.4 หรือ 3.0 ก็อาจจะไม่เหมือน แต่ก็คล้ายๆกัน

มีคำถามอะไรหรือ comment ยินดีน่ะ ผมจะได้รู้ว่าเขียนๆมาเนี่ยดีหรือไม่ดี จะได้เอาไปปรับปรุง

Ojective-C Programming – Read & Write File

ก็ช่วงนี้กำลังว่างหลังจาก โปรเจคของผมก็ได้เสร็จไปแล้วส่วนหนึ่ง กำลังรอเหมือนกันว่า ปีนี้จะมีโอกาสได้ไป WWDC กับเค้าบ้างหรือเปล่า ถ้าได้ไปก็คงจะดีเพราะเท่าที่ดูๆคิดว่า จุดใหญ่ๆของปีนี้น่าจะเป็น iphone นี่เหละ

ก็เขียน tutorial มาหลายๆเรื่องจนถึงเกือบจะสุดท้ายละ ก็น่าจะทำให้ใครหลายๆคนไปต่อยอดอ่าน cocoa ได้สบายๆหรือว่าเป็นจุดเริ่มในการเขียนโปรแกรมบน mac มั่งละ

สำหรับวันนี้ก็ต่อเรื่อง ของ File Managerment กันเลยเพราะว่าครั้งก่อนเป็นแค่การ ใช้งาน file เช่นการ copy file อะไรแบบนี้ แต่วันนี้เราจะมารู้จัก class ที่เกี่ยวกับ file เพิ่มเติมนั่นก็คือ NSData

NSData

ปกติแล้ว class ที่เอาไว้สำหรับจัดการ file ก็คือ NSFileManager  แต่ถ้าเราต้องการที่จะเขียนข้อมูลลง file หรืออ่านข้อมูลจาก file นั้นเราจะใช้ NSData เพื่อทำการอ่านและเขียนลง buffer เพื่อที่จะให้ NSFileManager จัดการเขียนข้อมูลจาก buffer ลง file จริงๆ

จากตัวอย่างข้างบน แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ

  • Write Data

สำหรับการเขียนข้อมูลนั้น เมื่อทำการ สร้าง NSFileManager ขึ้นมาแล้ว สิ่งที่เราต้องทำต่อมาก็คือการสร้าง NSData เพื่อที่จะเก็บข้อมูลที่ต้องการเขียนไปยังไฟล์

เราก็ทำการส่ง buffer ไปให้ยัง tempData1 และบอกขนาด buffer ให้เรียบร้อย
หลังจากนั้นก็ให้ NSFileManager ที่เราประกาศไว้เป็นคนเขียน

เพียงเท่านี้เราก็สามารถเขียนข้อมูลลงไฟล์ได้แล้ว

  • Read Data

สำหรับการอ่านข้อมูลนั้นก็ทำงานคล้ายๆกับการเขียนคือ หลังจากประกาศ NSFileManager เสร็จก็ให้ประกาศ NSData ทำการอ่านข้อมูลจาก File มาเก็บไว้ จากตัวอย่าง เราทำการอ่านข้อมูลไปจนสิ้นสุดไฟล์เลย

แล้วหลังจากนั้น เราก็สร้าง buffer ขึ้นมาเพื่อที่จะนำข้อมูลออกมาจาก NSData อีกที

ก็เป็นตัวอย่างการเขียนและการอ่านไฟล์ แบบง่ายๆ ลองเอาไปหัดใช้กันดู ก็เหมือนเดิม มี source มาให้ด้วยก็โหลดไปลองเล่นกันดู

Download Foundation Framework File Read Write Source Files

Ojective-C Programming – File Management

File

และแล้วก็เกือบมาถึง โค้งสุดท้ายแล้ว สำหรับ objective-c programming นั่นก็คือเรื่อง file นั่นเอง

สำหรับ file นั้นเราสามารถที่จะใช้ class ที่ชื่อว่า NSFileManger เพื่อทำการ copy , rename ได้และอื่นๆ การใช้งานก็เพียงแค่ทำการประกาศตัวแปร แบบ NFFileManager ขึ้นมา และทำการ alloc ด้วย defaultManager ดังตัวอย่างข้างล่าง

จากตัวอย่างข้างบน methode ที่เบื้องต้นเกียวกับ file ก็คือ

  • fileExistsAtPath
  • copyPath:toPath:  toPath:  handler:
  • movePath:toPath:  toPath:  handler:
  • contentsEqualAtPath:  andPath:
  • removeFileAtPath:  handler:
  • fileAttributesAtPath

ถ้าดูจากตัวอย่างข้างบนก็จะตรงตัวอยู่แล้วว่าแต่ละอย่างทำอะไร แต่จะมีแปลกหน่อยตรงที่ fileAttributesAtPath มันจะ ส่ง NSDictionary กลับมาให้ แล้วเราค่อย เรียก NSFileSize เพื่อหาค่าขนาดของไฟล์อีกที ( ถ้ายังไม่เข้าใจ NSDictionary กลับไปดูในบทก่อนๆได้ )

Directory

NSFileManager ยังมีฟังชั่นเกี่ยวกับ Directory ที่คล้ายๆกับ file นั่นก็คือ

  • createDirectoryAtPath: attributes:
  • movePath:  toPath:
  • changeCurrentDirectoryPath:

3 methode บ้างบนก็ทำหน้าที่คือ สร้าง , ลบ และ ทำการเปลี่ยน directory ที่กำลังใช้งาน

เพื่อความเข้าใจดู code ตัวอย่างง่ายกัน

จะเห็นว่าการใช้งานนั้นไม่ได้ยากเลย สำหรับการเขียนข้อมูล และการอ่านข้อมูลไฟล์ คงต่อในครั้งหน้า